<?xml version="1.0" encoding="tis-620" ?>
<rss version="2.0"><channel><title>Pantip.com : Tech Exchange - IT NEWS</title><description>ข่าว IT NEWS จาก PANTIP.COM : Tech Exchange ส่งตรงถึงคุณทันเหตุการณ์</description><link>http://www.pantip.com/tech/newscols/</link><category>News/Technology</category><copyright>Copyright 2007, Pantip.com Tech-Exchange</copyright><language>th-TH</language><item>
    <title><![CDATA[ชาวเน็ตแห่ไปใช้บริการเวบฝากไฟล์อื่น หลัง MegaUpload ปิดตัว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Filefactory_logo.jpg' align='left'><b>แม้ว่าจะมีการปราบปรามของรัฐบาลในการกำจัดการละเมิดลิขสิทธิ์บนโลกไซเบอร์ จนมีการปิดบริการไซเบอร์ล็อคเกอร์ชื่อดัง MegaUpload ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ชาวเน็ตก็ไม่ได้หยุด แห่แหนไปใช้งานเวบฝากไฟล์อื่นๆแทน TorrentFreak รายงาน</b><br><br>โดยตามรายงานระบุ ชาวเน็ตได้มีการโยกย้ายไปใช้งานยังเวบไซต์ที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน โดย MegaUpload เป็นหนึ่งในเวบที่ให้บริการฝากไฟล์ที่ยอดนิยมอย่างมาก ซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 50ล้านรายต่อวัน (ตามข้อมูลจาก TorrentFreak) ซึ่งหลังจากที่มีการปิด MegaUpload ชาวเน็ตหลายล้านคนก็ได้มีการเปลี่ยนไปใช้งานเวบไซต์ข้างเคียงอย่าง Filefactory, Depositfiles, Hotfile.com และเวบอื่นๆที่ให้บริการฝากไฟล์บนอินเทอร์เน็ตแทน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯและเอฟบีไอ ได้สั่งปิด MegaUpload และประกาศข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับบุคคล 7 ราย ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการหารายได้จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย, การฟอกเงิน และฉ้อโกง โดยมีบทลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี ซึ่งโฆษกจาก 4Shared เวบไซเบอร์ล็อคเกอร์ชื่อดังอีกรายที่มีขนาดใหญ่กว่า MegaUpload ถึงเท่าตัว ไม่ได้แสดงความสะทกสะท้าน กล่าวกับ TorrentFreak ว่า แม้ว่ากรณีของ MegaUpload จะเป็นสัญญาณเตือนภัย แต่เขาไม่มีความกังวลใจว่า 4Shared จะตกอยู่ในอันตราย &quot;กรณีนี้ มีผลกระทบในเชิงลบต่อผู้ให้บริการฝากไฟล์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยรวมทั้งหมด แต่ 4Shared มีกฎระเบียบบางส่วนที่ค่อนข้างเข้มงวดกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ และเราไม่จำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ&quot; โดย TorrentFreak ยังได้ให้ข้อมูลจำนวนการจราจรในการเปลี่ยนจาก MegaUpload ไปยังเวบไซต์อื่นๆ พบว่า นอกจากชาวเน็ตจะแห่แหนไปใช้บริการเวบ Filefactory, Depositfiles และ Hotfile.com แทนแล้ว เวบที่ให้บริการในลักษณะเดียวกันขนาดเล็กๆอย่าง Filepost.com, Hulkshare.com และ Uploading.com ก็พลอยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นด้วย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270112s.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 27 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[iLid เคสไอโฟนสุดเก๋ ที่เป็นกระเป๋าใส่สตางค์และกุญแจได้ด้วย]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/ilid_iphone_case.jpg' align='left'><b>หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการพกสิ่งของหลายๆอย่างติดตัวออกจากบ้าน มาวันนี้แค่หยิบโทรฯมือถืออย่างเดียวก็สามารถออกจากบ้านได้แล้ว เมื่อเคสไอโฟนสุดเก๋ที่ครีเอทออกมาล่าสุด จะเปลี่ยนโทรฯให้กลายเป็นกระเป๋าใส่เงิน, บัตรเครดิต รวมถึงกุญแจบ้านได้ด้วย</b><br><br>โดยหนึ่งในโครงการที่หวังจะเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างทางเทคโนโลยีถูกครีเอทขึ้นโดย Darren Inglis และ Simon Dunn-Vaughan ชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย ที่ได้สร้างเคสไอโฟนขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ โดย iLid จะมีช่องลับขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหลัง ไว้สำหรับเก็บเงินสดบางส่วน, บัตรเครดิต หรือกุญแจบ้านได้ ซึ่งถึงแม้อาจจะไม่ใช่กระเป๋าสตางค์ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชื่นชอบการพกสิ่งของหลายๆอย่างติดตัว โดยสินค้าดังกล่าวนี้ จะมีวางจำหน่ายในเดือนหน้าเป็นต้นไป แต่ได้มีการโชว์ตัวต้นแบบในสัปดาห์นี้ที่งาน Macworld|iWorld ซึ่งเป็นโครงการใน Kickstarter หรือโครงการดีๆที่เปิดโอกาสให้สามารถสร้างไอเดียออกมากอบโกยรายได้ได้ ซึ่งหลังจากที่มีการโพสไอเดียในเวบไซต์ของทั้งคู่ ก็สามารถทำเงินได้ 1หมื่นเหรียญสหรัฐฯใน 1 สัปดาห์ และในขณะนี้สามารถพุ่งขึ้นไปได้ถึง 28,261เหรียญสหรัฐฯแล้ว โดยที่ทั้งสองมีการลงทุนไปเพียง 2หมื่นเหรียญสหรัฐฯเท่านั้นสำหรับโครงการนี้ ซึ่งทั้งสองได้เลือกโรงงานผู้ผลิตภายในประเทศของตัวเองแทนโรงงานในจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า เหตุเพราะไม่อยากให้ใช้เวลานานกว่าจะมีการจัดส่งข้ามประเทศนั่นเอง<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270112b.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 27 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[อะเมซอนดร็อปราคา 'กาแล็คซี่ เน็กซัส' ลงเหลือ 100เหรียญสหรัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/samsung_GalaxyNexus.jpg' align='left'><b>เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เป็นเจ้าของ 'ไอศครีมแซนวิช' เมื่ออะเมซอนใจดีประกาศปรับลดราคาโทรฯมือถือ 'ซัมซุง กาแล็คซี่ เน็กซัส' สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 ลงเหลือเพียง 99.99เหรียญสหรัฐฯ ผ่านร้าน 'Amazon Wireless' เท่านั้น</b><br><br>โดยราคาที่ต่ำลงนี้ ถูกกว่าข้อเสนอในร้านค้าออนไลน์อื่นๆอย่างเช่น Letstalk.com กว่าครึ่ง แต่ทั้งนี้ จะใช้ได้เฉพาะกับลูกค้าใหม่ของ Verizon Wireless เท่านั้น ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญาผูกใช้บริการกับทางเครือข่าย แต่สำหรับลูกค้าเดิมของเวอริซอนที่มองหาการอัพเกรด อะเมซอนจะชาร์ทเพิ่ม 259.99เหรียญสหรัฐฯ สำหรับ กาแล็คซี่ เน็กซัส ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ข้อเสนอที่น่าประทับใจเท่าไรนัก แต่ก็ดีกว่าการที่ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินเพื่อเลือกประเภทใหม่ นอกจากนี้ หากลูกค้าต้องการซื้อ กาแล็คซี่ เน็กซัส ในเวอร์ชั่นปลดล็อคเครือข่าย ผ่านทางอะเมซอน จะได้รับส่วนลด 70เหรียญสหรัฐฯ จากราคาเต็มที่นำเสนอไว้สูงถึง 729.99เหรียญสหรัฐฯ<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270112h.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 27 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[นินเทนโด้ รับขาดทุนครั้งแรกในรอบสามสิบปี]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nintendo.jpg' align='left'><b>แทบจะต้องบันทึกสถิติลงหน้าประวัติศาสตร์ของบริษัทไว้เลยทีเดียว สำหรับการขาดทุนครั้งแรกในรอบสามสิบปีของเจ้าตลาดเกมคอนโซลพกพา นินเทนโด้ ที่ระยะหลังเริ่มมีกระแสข่าวออกมาว่า บริษัทต้องต่อสู้กับความยากลำบาก เนื่องจากมีคู่แข่งเกิดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนี่ หรือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต แต่อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมีความหวังว่า Wii U เครื่องเล่นเกมน้องใหม่น่าจะเข้ามากอบกู้สถานการณ์ได้ </b><br><br>โดยย้อนกลับไปเมื่อเก้าเดือนก่อนสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2011 นินเทนโด้ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 625 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน บริษัทได้รับผลกำไรมากถึง 641 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ยอดขายนินเทนโด้อยู่ในภาวะย่ำแย่น่าจะมาจาก Nintendo 3DS เครื่องเล่นเกมสามมิติที่มีการเปิดตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา ในสนนราคา 249.99 เหรียญสหรัฐฯ แต่มันกลับล้มเหลวในการสร้างยอดขาย จนต้องมีการหั่นราคาลงมาเหลือเพียง 169.99 เหรียญสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ดี มันก็สามารถกระตุ้นยอดขายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากมันสายเกินไป และถึงแม้ปี 2011 อาจจะดูไม่สดใสสำหรับนินเทนโด้ แต่ Satoru Iwata ประธานบริหารนินเทนโด้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าจะมีการเปิดตัว Wii U สักเวลาใดเวลาหนึ่งในช่วงเทศกาลวันหยุดซึ่งมันก็อาจจะโกยรายได้ได้อยู่ไม่น้อย <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270112g.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 27 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิล หนุนหลังโมโตฯ ยื่นฟ้อง iPhone 4S และ iCloud ฐานละเมิดสิทธิบัตร]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/lawsuit.jpg' align='left'><b>ดูทว่าสงครามสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตกำลังจะประทุตัวขึ้นมาอีกครั้งรับศักราชใหม่ จากคู่เกาเหลาเจ้าเดิม แอปเปิ้ลและโมโตโรล่า โมบิลิตี้ ที่ขณะนี้กำลังอยู่ในสถานะการควบรวมกิจการเข้ากับขาใหญ่อย่าง กูเกิล ในกรณีที่ บริษัทได้ทำการยื่นเอกสารฟ้องร้องต่อแอปเปิ้ลในเรื่องที่ iPhone 4S และ iCloud ละเมิดสิทธิบัตร ที่ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของเครือข่ายไร้สาย, ซอฟท์แวร์, การกรองข้อมูลและการส่งข้อความ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา</b><br><br>โดยสิทธิบัตรดังกล่าวได้เคยถูกนำมาอ้างอิงในคดีความที่มีการยื่นเรื่องไปเมื่อสองปีก่อน และก็เคยเข้าสู่กระบวนการศาลมาแล้ว แต่ประธานผู้พิพากษาปฏิเสธคำร้องของโมโตโรล่า และระบุว่าให้ทำการแยกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจสำหรับศึกเกาเหลาในครั้งนี้ ก็คือเรื่องการซื้อขายหุ้นระหว่างโมโตโรล่าและกูเกิล ที่มีเงื่อนไขกำหนดว่าโมโตโรล่าไม่สามารถฟ้องร้องคดีความใหม่ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาได้โดยปราศจากการคุ้มครองของกูเกิล ซึ่งนั่นก็หมายความว่า นี่จะเป็นครั้งแรกที่กูเกิลมีส่วนเกี่ยวพันโดยตรงในกรณีที่มีปัญหากับแอปเปิ้ล ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีการต่อสู้ในศาลระหว่างแอปเปิ้ลและแอนดรอยด์มาเป็นสิบคดีก็ตาม ซึ่งถ้าครั้งนี้ โมโตโรล่าได้รับชัยชนะในสหรัฐฯ มันก็จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความถูกต้องตามกฏหมายให้กับกูเกิล และพิสูจน์ให้เห็นถึงเหตุผลของการทุ่มเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าซื้อโมโตโรล่า โมบิลิตี้ ของกูเกิลเลยทีเดียว <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270112i.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 27 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Anonymous ซุ่มโจมตีเว็บไซต์ OnGuardOnline.gov เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/hack_hacker.jpg' align='left'><b>Anonymous แก๊งแฮ็คเกอร์กระฉ่อนโลกเดินหน้าสร้างความปั่นป่วนบนโลกไซเบอร์อย่างต่อเนื่องกับการโจมตีเว็บไซต์รัฐบาล และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโต้ตอบเจ้าหน้าที่รัฐฯ หลัง MegaUpload ถูกสั่งปิดเมื่อเร็วๆ นี้ และผู้ก่อตั้ง คิม ดอทคอม ยังถูกตั้งข้อหาทางคดีอาญาด้วย</b><br><br>โดยเหยื่อที่ก้าวขึ้นทำเนียบถูกบุกรุกรายล่าสุดได้แก่ หนึ่งในเว็บไซต์คณะกรรมธิการการค้าแห่งชาติ (FTC)หรือ onguardonline.gov ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน กลุ่มแฮ็คเกอร์รายนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายโจมตีเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสื่อทั้งหมดที่ให้การสนับสนุนร่างกฏหมาย SOPA และ PIPA ถึงแม้ในช่วงนี้กลุ่มแฮ็คเกอร์จะออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่แผนการโจมตีโซนี่อันเนื่องมาจากการให้การสนับสนุนร่างกฏหมาย SOPA เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยโซนี่ได้ทำการปิดเซิฟเวอร์เป็นเวลา 13 ชั่วโมงสำหรับการบำรุงรักษาตามกำหนด นอกจากนี้ Anonymous  ยังได้ทวีตข้อความยืนยันว่า ข่าวลือที่ว่าจะมีการโจมตีเฟซบุ๊คในวันที่ 28 มกราคมที่จะถึงนี้เป็นเรื่องไม่จริง เนื่องจากพวกเขาเปลี่ยนใจแล้ว<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/260112h.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ซีอีโอแอปเปิ้ล ลั่น iCloud จะเป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/apple_icloud.jpg' align='left'><b>ซีอีโอแอปเปิ้ล ทิม คุก ลั่นชัด iCloud จะเป็น 'กลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทในทศวรรษต่อไป' กลางเวทีงานแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกเมื่อวานนี้ ก่อนจะคุยฟุ้งว่า ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้ลงทะเบียน iCloud แล้วถึง 85 ล้านคน</b><br><br>นอกจากนี้ คุกยังได้ขยายความเพิ่มเติมอีกว่า แอปเปิ้ลกำลังใช้ความพยายามในสองทางด้วยกัน ที่จะทำให้ผู้ใช้เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศน์ของอุปกรณ์ไอโอเอส และ iCloud ก็จะทำการรักษาพวกเขาเหล่านั้นเอาไว้ แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ระบบเทคโนโลยีของแอปเปิ้ลจะทำงานได้ดี แต่มันก็มีความหอมหวานที่จะทำให้ผู้เล่นรายอื่นๆ หันมาจับตาดูด้วยเช่นเดียวกัน แถมบรรดาผู้เล่นเหล่านั้นยังมากไปด้วยประสบการณ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกูเกิล ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์รองรับที่มีความหลากหลาย แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้บางรายอาจโตเแย้งว่า กูเกิลกำลังโฟกัสไปที่เบราเซอร์,โอเอสแอนดรอยด์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่าง Google+ มากกว่าที่จะมาสนใจเทคโนโลยีที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งบรรดาผู้ใช้อย่างเราๆ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าสงครามเทคโนโลยีเหนือเมฆจะเกิดขึ้นเมื่อใด  <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/260112g.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[สื่อแง้ม แอปเปิ้ลจ่ายค่าเหนื่อยให้นักพัฒนาเกือบ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/apple.gif' align='left'><b>มูลค่าความสำเร็จของแอปเปิ้ลแพลตฟอร์มปรากฏอยู่ในรูปแบบของจำนวนรายได้มหาศาลบนแอพ สโตร์ ซึ่งดูจะน่าปลาบปลื้มอยู่ไม่น้อย เมื่อแหล่งข่าวแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า แอปเปิ้ล ได้ทำการจ่ายเงินค่าเหนื่อยให้แก่นักพัฒนาเป็นตัวเลขถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้ว </b><br><br>แตกต่างจากครั้งแรกสุดในเดือนมิถุนายน 2010 ที่แอปเปิ้ลได้ทำการจ่ายเงินเพียง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่นักพัฒนา และหลังจากนั้นสองปีให้หลัง ยอดขายของแอพสโตร์ก็ทะยานขึ้นเป็นห้าพันล้านครั้งดาวน์โหลด จนถึงฤดูร้อนที่ผ่านมา แอปเปิ้ลก็ได้เขยิบตัวเลขค่าตอบแทนให้แก่นักพัฒนาขึ้นมาเป็น 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าทั้งในเรื่องของขนาดกิจการและระยะทางก้าวเดินในหนึ่งปี ขณะที่อีกสี่เดือนถัดมาตรงกับเดือนตุลาคม เมื่อครั้งเปิดตัว iPhone 4S แอปเปิ้ลสามารถขายอุปกรณ์ไอโอเอสไปได้มากกว่า 250 ล้านเครื่อง และแอพ สโตร์ก็มียอดดาวน์โหลดถึง 18 พันล้านครั้ง ซึ่งทำให้แอปเปิ้ลต้องทุ่มเงินให้แก่นักพัฒนาไปถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกครั้ง และล่าสุด แอปเปิ้ลได้ทำการจ่ายเงินอีก 700,000 เหรียญสหรัฐฯ ให้แก่นักพัฒนาเมื่อไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งรวมทั้งหมดแล้ว ทำให้แอปเปิ้ลจ่ายค่าตอบแทนให้แก่นักพัฒนาไปเกือบ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ <br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/260112s.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[โนเกียจ๋อย! ถูกออสเตรเลียสั่งปรับโทษฐานส่งสแปม SMS]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia.gif' align='left'><b>หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในออสเตรเลียได้ออกคำสั่งปรับบริษัทโนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่า 55,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,650,000 บาท โทษฐานส่งข้อความตัวอักษรสแปมไปยังผู้บริโภค พร้อมกับกำชับให้ผู้ผลิตจากฟินแลนด์เปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดใหม่ </b><br><br>โดยหน่วยงานการสื่อสารและมีเดียของออสเตรเลียผู้เป็นเจ้าทุกข์ระบุว่า ข้อความตัวอักษรที่โนเกียทำการส่งต่อไปยังบรรดาลูกค้านั้นอาศัยการลักไก่เพื่อทำการประชาสัมพันธ์สินค้าของบริษัทโดยปราศจากตัวเลือก &quot;ยกเลิก&quot; ตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งโนเกียก็ยอมรับต่อความผิดที่เกิดขึ้น และได้ยุติการดำเนินการเช่นนั้นแล้วในออสเตรเลีย และลดลงในที่อื่นๆ &quot;ธุรกิจบางอย่างยังไม่ได้รับสิทธิทำการตลาดแบบ SMS ซึ่งกฏหมายเดียวกันนี้ยังประยุกต์ใช้กับการตลาด SMS สำหรับการทำตลาดแบบอีเมลล์ และกฏหมายเดียวกันนี้ยังประยุกต์ใช้กับทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่&quot; Richard Bean รักษาการประธานหน่วยงานการสื่อสารและมีเดียของออสเตรเลียอธิบาย ทั้งนี้ หน่วยงานการสื่อสารและมีเดียของออสเตรเลียเชื่อว่า อัตราการส่งข้อความ SMS ที่เพิ่มขึ้นถึง 370% จากรายงานของประชาชน น่าจะเป็นสแปมในปี 2010-2011<br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/260112b.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ศาลนิวซีแลนด์ ปฏิเสธคำขอประกันตัวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MegaUpload]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/megaupload.jpg' align='left'><b>วานนี้ ผู้พิากษานิวซีแลนด์ได้ปฏิเสธที่จะอนุญาตการประกันตัวนาย คิม ดอทคอม ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MegaUpload ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธ์สื่อมีเดียบนเว็บไซต์ ขณะที่ทนายความของดอทคอม ยืนยันว่าจะทำการอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวทันที </b><br><br>โดยผู้พิพากษา เดวิด แมคนอห์ตัน ได้ให้เหตุผลว่า ดอทคอมเป็นเจ้าขององค์กรที่ให้บริการคลังสำหรับก็บไฟล์ที่ได้รับความนิยมอย่าง MegaUpload ซึ่งจะยังคงต้องถูกกุมตัวไว้จนกว่าจะวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เพื่อทำการไต่สวน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า MegaUpload จะถูกดำเนินคดีทางอาญาเนื่องจากมีผลประโยชน์จากการทำให้ประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์,รายการทีวี, เพลง และมีเดียอื่นๆ ซึ่งตัวแทนจากรัฐบาลกลางได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า 'MegaUpload Conspiracy' คือมีส่วนกระทำความผิดในการสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมากถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ ดอทคอม และพรรคพวกอีกหกราย ยังถูกฟ้องเกี่ยวกับเรื่องของการฟอกเงิน, ฉ้อโกง และละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งดอทคอมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา สำหรับดอทคอมนั้นได้ถูกจับกุมตัวตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่คฤหาสน์แห่งหนึ่งนอกเมืองโอ๊คแลนด์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการสั่งปิดเว็บไซต์ MegaUpload ดังกล่าวด้วย ด้าน พอล เดวิดสัน ทนายความของดอทคอมในนิวซีแลนด์ เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า เขามีแผนที่จะทำการอุทธรณ์คำตัดสินของผู้พิพากษาแมคนอห์ตันในศาลชั้นต่อไป <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/260112i.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[โนเกียยิ้มร่า ขายสมาร์ทโฟนซีรีส์ Lumia ได้มากกว่าล้านเครื่องแล้ว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia-lumia-800.jpg' align='left'><b>ถือเป็นผลตอบรับที่น่าประทับใจสำหรับการกลับมาครั้งใหม่ของอดีตจ่าฝูงสมาร์ทโฟน โนเกีย ที่มีรายงานว่า บริษัทจากฟินแลนด์สามารถขาย โนเกีย วินโดว์ โฟน ตระกูล Lumia เมื่อปีที่แล้ว ไปได้มากกว่า 1.3 ล้านเครื่อง</b><br><br>แต่อย่างไรก็ดี จำนวนตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงจำนวนผู้ใช้ หากแต่หมายถึงจำนวนที่บริษัทได้ทำการส่งสินค้าออกไปยังผู้ใหบริการและร้านค้าปลีก ซึ่งก็แน่นอนว่าจำนวนผู้ซื้อสมาร์ทโฟนย่อมมีจำนวนน้อยกว่าตัวเลขการจัดส่งอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ มันก็ถือเป็นความสำเร็จแรกที่ทำให้โนเกียยิ้มได้ ขณะที่ด้านนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า วินโดว์โฟนจะทำให้โนเกียกลับมาผงาดได้อีกครั้ง ด้วยสัดส่วนในตลาดสมาร์ทโฟนที่ 13% สอดคล้องกับนักวิเคราะห์อีกรายที่คาดการณ์ไว้ว่าโนเกียจะสามารถก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้เล่นสมาร์ทโฟนในลำดับที่สาม ตามหลังแอนดรอยด์และแอปเปิ้ล แซงหน้าริมที่กำลังหนีตาย นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังเชื่ออีกด้วยว่ายอดขายของสมาร์ทโฟนซีรีส์ Lumia นั้นจะไปได้ถึง 3.2 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ด้วยแรงฉุดจากทางฝั่งเอเชีย และอาจจะขายได้มากถึง 37 ล้านเครื่องในปีนี้ ก่อนที่จะทะยานไปถึง 64 ล้านเครื่องในปี 2013 <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240112g.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[สองผู้บริหาร รีเสิร์จ อินโมชั่น แถลงลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/rim-Jim-Balsillie-blackberry-playbook-tablet-pc.jpg' align='left'><b>ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันอยู่เนืองๆ สำหรับ รีเสิร์จ อินโมชั่น อันสืบเนื่องมาจากปัญหาหุ้นร่วงถึง 77% ในปี 2011, ถูกแอปเปิ้ล และกูเกิลแซงหน้าในตลาดสมาร์ทโฟน ก่อนจะปิดท้ายด้วยปัญหาจากแบล็คเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค แท็บเล็ตเครื่องแรกที่ทำยอดขายได้ไม่เป็นไปตามเป้า แถมเปิดทางให้แท็บเล็ตจากอเมซอนขึ้นน้ำเป็นคู่แข่ง iPad ไปอย่างนิ่มๆ </b><br><br>ส่งผลให้สองผู้บริหาร Jim Balsillie และ Mike Lazaridis (ผู้ก่อตั้ง) ต้องออกมาประกาศขอก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอร่วม ก่อนที่บริษัทจะส่งไม้ต่อให้ Thorsten Heins นั่งตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ และ Barbara Stymiest สมาชิกคณะกรรมการนั่งตำแหน่งซีอีโอแทน และนอกจากการแถลงข่าวก้าวลงของสองผู้บริหารแล้ว ในวันเดียวกันนี้ ริมยังได้เปิดเผยว่าจะทำการเสริมทัพความแข็งแกร่งให้บริษัทด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบปฏิบัติการ Blackberry 10 ก่อนสิ้นปีนี้ รวมถึงเพลย์บุ๊ค รุ่นที่สอง และอาจจะมีการทำใบอนุญาตให้แก่บุคคลที่สามด้วย ทั้งนี้ในปี 2009 รีเสิร์จ อินโมชั่นได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ให้เป็นบริษัทที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ถึงแม้บริษัทจะยังไม่สูญเสียรายได้ก้อนโตเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ริมก็ยังคงต้องรักษาฐานที่มั่น  (นอกสหรัฐ)  เอาไว้ให้แน่นหนา <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240112b.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Victorinox เปิดตัว 'มีดพกไฮเทค' สอดรับกระแสเทคโนโลยีที่แพร่สะพัด]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/victoryknox_usb.jpg' align='left'><b>Victorinox ผู้ผลิตอุปกรณ์มีดพกชื่อดังจากสวิสเซอร์แลนด์ เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่รับลูกกระแสเทคโนโลยีที่ตื่นตัวทั่วโลก ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่างแฟลชไดร์ฟลงบนสินค้ามีดพับ </b><br><br>โดยมันจะมาพร้อมหน่วยความจำข้อมูลมากถึงถึง 1 เทอราไบต์ ที่สามารถใช้เป็นฮาร์ดดิสก์หรือยูเอสบี แฟลชไดร์ฟได้ นอกจากนี้ยังมีขนาด 64, 128 และ 256 กิกะไบต์ให้เลือกซื้อ รองรับการเชื่อมต่อ USB/eSATA 3.0  ส่วนคุณสมบัติการใช้งานอื่นๆ ยังคงเดิมทุกฟังก์ชั่น และสิ่งที่น่าสนใจนอกจากเรื่องของความจุแล้ว อุปกรณ์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับหน้าจอแอลซีดีขาว-ดำ ขนาด 96x48 พิกเซล ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้มองเห็นรายชื่อคอนเท้น และความจุคงเหลือ แถมยังมีประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลที่ 220 เมกะไบต์ต่อนาที และเขียนที่ 185 เมกะไบต์ต่อนาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มักจะพบในยูเอสบีไดร์ฟระดับไฮเอนด์เท่านั้น สนนราคาแต่ละรุ่นจะอยู่ที่ 400-3,000 เหรียญสหรัฐฯ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240112h.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Anonymous เล็งถล่มเฟซบุ๊ค 28 ม.ค.นี้?]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/facebook.jpg' align='left'><b>เปิดฉากป่วนโลกไซเบอร์อีกแล้ว สำหรับแก๊งแฮ็คเกอร์ Anonymous เจ้าเดิม ที่ล่าสุดได้ทำการโพสคลิปวีดีโอบนเว็บไซต์ยูทูปที่มีเนื้อหาว่า มีแผนที่จะทำการถล่มเว็บไซต์เฟซบุ๊คในวันที่ 28 ม.ค. นี้ ที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่พวกเขาเรียกว่า Operation Global Blackout Part 2 </b><br><br>โดยเสียงบรรยายในคลิปดังกล่าวได้อ้างว่า เป็นความรับผิดชอบต่อการโจมตี CBS, Warner Brothers และ FBI เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะเคยโจมตีเฟซบุ๊คมาแล้วก็ตาม ซึ่งมันก็ยากที่จะปฏิเสธว่านี่เป็นภัยคุกคามจากแก๊งแฮ็คเกอร์จริง หรือเป็นเพียงการแอบอ้างทั้งยังไม่มีการเชื่อมโยงไปยังองค์กรอีกด้วย สำหรับเนื้อหาในวีดีโอ ผู้ที่ชมจะได้รับการปลุกเร้าให้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามไซเบอร์ครั้งแรก และช่วยให้เฟซบุ๊คล่มสลาย ซึ่งมันไม่ชัดเจนว่าทำไมแก๊งแฮ็คเกอร์รายนี้ถึงต้องเลือกโจมตีที่เว็บไซต์เฟซบุ๊คโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า พวกเขาต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ ถ้าร่างกฏหมาย SOPA ผ่านการเห็นชอบ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240112s.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[หลายเว็บฯ ไฟล์โฮสติ้งในสหรัฐฯ เริ่มออกอาการนั่งไม่ติด หลัง MegaUpload ถูกรัฐบาลสั่งปิด]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/megaupload.jpg' align='left'><b>หลังจากที่เว็บไซต์ไฟล์โฮสติ้ง MegaUpload ถูกเจ้าหน้าที่รัฐฯ สั่งปิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเนื้อหาภายในเว็บฯ มีการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงยังต้องเผชิญหน้ากับการสั่งฟ้องคดีอาญา ส่งผลให้เว็บไซต์ไฟล์แชร์ริ่งที่เหลืออยู่ในสหรัฐฯ เริ่มออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามกัน จนต้องมีการสั่งปิดการให้บริการบางส่วน รวมไปถึงการบล็อกลูกค้าในสหรัฐฯ ทั้งหมด เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น </b><br><br>ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่เว็บไซต์ FileSonic ไฟล์โฮสติ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยอดพันล้านเพจวิวต่อเดือน ที่ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ได้ทำการสั่งปิดความสามารถในการแชร์ไฟล์ทั้งหมด คงเหลือไว้แต่เพียงการอนุญาตให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ได้จากชื่อบัญชีตัวเองเท่านั้น รวมถึงการยกเลิกโปรแกรมรางวัลสะสมที่มีการมอบเงินเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่อัพโหลดไฟล์ยอดนิยมด้วย ส่วนเว็บไซต์ไฟร์แชร์ริ่งอื่นๆ อย่าง FileServe, FileJungle และ UploadStation ก็เริ่มคลอดมาตราการที่คล้ายคลึงกันบ้างแล้ว อย่างสองเว็บไซต์หลังได้เริ่มทำการบล็อกที่อยู่ไอพีในสหรัฐฯ ขณะที่ 4Shared, FilePost, Uploaded.to ก็เริ่มทำการลบไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด และระงับการกระทำผิดของผู้ใช้ ขณะที่ฟากของ RapidShare อีกหนึ่งเว็บไซต์ไฟร์แชร์ริ่งที่ใหญ่ที่สุด ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับแหล่งข่าวสวิสว่า &quot;ไฟล์โฮสติ้งเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฏหมาย และเราก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับการกระทำของรัฐบาลเกิดขึ้นกับ MegaUpload&quot; Daniel Raimer ตัวแทนจาก RapidShare กล่าว นอกจากนี้เขายังบ่งชี้อีกว่า MegaUpload ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแชร์ริ่ง แต่เป็นการถูกกล่าวหาทางอาญาของบริษัท ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นก็คือมีคนอีกเป็นจำนวนมากในขณะนี้ที่ทำการโอนถ่ายเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งนับว่าน่าสนใจมากกว่า <br>
<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240112i.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[โนเกียถูกผู้ใช้ Lumia 800 โวยผ่านบอร์ดอีกรอบ หลังปัญหาแบตฯ แย่ยังมีอยู่]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia-lumia-800.jpg' align='left'><b>	หลังจากเผยโฉม Lumia 800  วินโดว์ โฟน เครื่องแรกลุยตลาดได้ไม่นาน โนเกียก็ต้องพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียงทันที เมื่อได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้ในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ย่ำแย่ ถึงแม้ในครั้งแรกบริษัทพยายามที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในที่สุดแล้ว บริษัทจากฟินแลนด์ก็ยอมรับปัญหาและสัญญาว่าจะทำการแก้ไข </b><br><br>ด้วยการปล่อยเฟิร์มแวร์แก้ไขสำหรับสมาร์ทโฟน Lumia 800 เวอร์ชั่น 1600.2483.8106.11500 และมันก็เป็นไปตามมาตรฐานของไมโครซอฟท์ ที่ซึ่งระบุว่า การอัพเดทดังกล่าวจะถูกปล่อยในสองสัปดาห์หน้าสำหรับผู้ใช้ Lumia 800 เนื่องจากบริษัทต้องการให้แน่ใจว่าผู้ใช้ทุกคนจะได้รับความสมูทและไร้ข้อบกพร่อง นอกจากนี้เฟิร์มแวร์ดังกล่าวยังไม่สามารถทำการอัพเดทผ่านทาง over the air (OTA)  ได้ ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ PC หรือ MAC ผ่านทางสาย USB ก่อนจะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งโดยใช้ซอฟท์แวร์ Microsoft Zune แต่อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้ทำการปล่อยเฟิร์มแวร์ให้มีการแก้ไขปัญหาเป็นที่เรียบร้อย ผู้ใช้บางรายก็ยังได้แสดงความคิดเห็นผ่านบอร์ดเว็บไซต์โนเกียว่า &quot;ปัญหาแบตเตอรี่ยังคงมีอยู่ และก็พบบั๊กส์ใหม่บนซอฟท์คีย์และความสว่างบนหน้าจอด้วย&quot; ขณะที่ผู้ใช้อีกรายยืนยันว่า &quot;มันดูเหมือนว่าปัญหาแบตเตอรี่ไม่ได้รับการแก้ไขในการอัพเดทครั้งนี้&quot; แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้อีกส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่ามีการแก้ไขปัญหาแล้วจริง<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/230112h.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 23 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Capcom ยืนยันคอเกม Resident Evil 6 ได้เฮ! ปลายปีนี้แน่นอน]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/re5.jpg' align='left'><b>Capcom เผยได้เริ่มต้นทำงานแล้วสำหรับการสร้างเกมภาคต่อสุดมันส์ Resident Evil 6 และมีกำหนดที่จะเปิดตัวในวันที่ 20 พ.ย.นี้ สำหรับเกมคอนโซล พร้อมกับดึงสองตัวละครหลักจากภาคที่แล้วอย่าง Chris Redfield และ Leon Kennedy มาร่วมฉาก และเสริมทับด้วยตัวละครชุดใหม่เพื่อทำให้ซีรีส์เกมโด่งดังเป็นพลุแตก </b><br><br>โดย Resident Evil 6 จะเป็นเรื่องราวในสิบปีให้หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในเมือง Raccoon City โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ตัดสินใจที่จะเข้ามาทำความสะอาดเมือง พร้อมกับเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเชื่อมั่นว่า มันจะสามารถระงับการเผชิญหน้าของประเทศชาติจากผู้ก่อการร้ายได้ แต่แล้วเมื่อสถานที่จัดงานได้รับการโจมตีการสัตว์ประหลาด Kennedy ผู้ยืนอยู่ข้างประธานธิบดีระหว่างการปราศรัย จึงต้องทำการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต สำหรับการเดินทางของเกม Resident Evil นั้นได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1996 บนเครื่องเล่นเกมคอนโซล PlayStation ก่อนที่จะได้รับการวิจารณ์เชิงบวกจากนักวิจารณ์ที่อ้างถึงเนื้อหาและรูปแบบการเล่น และตั้งแต่นั้นมา <br>
 Capcom ก็ได้ทำการสร้างเกมที่มีเนื้อหาที่ติดตามมากว่า 24 เรื่องย่อย และทำยอดขายได้ถึง 46 ล้านก๊อปปี้เกมรวมถึงแตกไลน์ไปยังหนังสือการ์ตูน นวนิยาย และหนังจอเงิน <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/230112g.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 23 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ผู้ใช้ Xoom ได้เฮ! โมโตโรล่าเปิดให้ชิม 'ไอติมแซนวิซ' แล้ว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Motorola-XOOM.jpg' align='left'><b>โมโตโรล่า เผยได้เริ่มปล่อยตัวเวอร์ชั่นอัพเดทของ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของแท็บเล็ต Xoom รุ่นแรกได้ลิ้มรสกันแล้วตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป แต่น่าเสียดายที่การอัพเดทดังกล่าวรองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่เป็นรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ส่วนผู้ที่ใช้เวอร์ชั่น 3G ต้องรอแจ้งข่าวอีกครั้ง </b><br><br>โดยผู้ใช้แท็บเล็ตในรุ่น Wi-Fi จะได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติบนอุปกรณ์เมื่อทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์กในครั้งหน้า ซึ่งถ้าไม่มีการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ เจ้าของสามารถตั้งค่าได้ด้วยตนเองที่ Settings -&gt; About tablet -&gt; System นอกจากนี้ ทางโมโตโรล่ายังได้สำทับเพิ่มเติมอีกว่าผู้ใช้ที่ทำการอัพเดทซอฟท์แวร์เป็นเวอร์ชั่น ICS จะได้รับการปรับปรุงในเรื่องของเบราเซอร์ที่มีความเร็วมากขึ้น, การซูมและการเลื่อน, การรูดเพื่อปิดการแจ้งเตือน, เพิ่มแท็บทาสก์บาร์และเบราเซอร์, app launcher ที่มีการออกแบบใหม่, ปรับปรุงระบบสำหรับการอ่านที่ดีขึ้น รวมถึงรูปแบบตัวอักษรใหม่, วิดเจ็ตที่สามารถปรับขนาดได้ เพื่อให้แสดงเนื้อหาได้มากขึ้นหรือหดลงเพื่อประหยัดเนื้อที่ ส่วนการอัพเดทแอพพลิเคชั่น People จะเป็นการแทนที่การแสดงรายชื่อ และเป็นรวมเข้าด้วยกันของ Google+ และโซเชียลอื่นๆ ผ่านการป้อนในตำแหน่งศูนย์กลางทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ใช้ยังจะได้สัมผัสกับความสามารถของคุณสมบัติ &quot;พิมพ์ด้วยเสียง&quot; ที่สร้างขึ้นเพื่อความอำนวยสะดวกสำหรับการเขียนอีเมลล์ ส่งข้อความ หรือตัวอักษรอื่นๆ ผ่านการพูดที่ไมโครโฟน <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/230112s.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 23 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ร้านค้าปลีกสุดซวย! เจอ 'ไอแพดดินเหนียว' ว่อนทั่วแคนาดา ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/ipad2.jpg' align='left'><b>เรื่องราวแปลกประหลาดล่าสุดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นจากร้านค้าปลีกชื่อดังในแคนาดา เมื่อสำนักงานข่าว CTV รายงานว่าร้านค้าปลีกในเขตปริมณฑลของเมืองแวนคูเวอร์อย่าง Best Buy, Wal-Mart, London Drugs และ Future Shop ได้เกือบทำการขายแท็บเล็ตแอปเปิ้ลปลอมให้แก่ลูกค้ากว่ายี่สิบเครื่องโดยไม่เจตนา</b><br><br>โดยสาเหตุหนึ่ง ก็เนื่องมาจากความไม่ซื่อสัตย์และไร้ยางอายของบุคคลที่ทำการซื้อ iPad 2 ด้วยเงินสด และได้แอบทำการสับเปลี่ยนอุปกรณ์ลงในถุงดินเหนียว ก่อนจะปิดผนึกกล่อง และส่งคืนยังร้านค้าเพื่อทำการขอเงินคืน  ประกอบกับห่อดินเหนียวดังกล่าวมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ iPad รวมถึงกล่องมีขนาดเท่าเดิม จึงทำให้พนักงานพลาดที่จะตรวจสอบสิ่งของข้างใน ก่อนจะนำสินค้าไปวางบนชั้นเพื่อทำการขายใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ร้านค้าปลีกต้องสูญเสียรายได้กว่า 14,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ ด้านเบสท์บาย ร้านค้าปลีกชื่อดังหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะทำการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และด้วยกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในภายในร้านหลายตัวก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ส่วนฟากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในการสอบสวน แต่อย่างไรก็ดี แอปเปิ้ลก็ได้เข้ามามีบทบาทร่วมกับเบสท์บายเพื่อแก้ไขปัญหาลึกลับที่เกิดขึ้นแทน  <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/230112b.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 23 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[นิตยสาร Fortune ยกย่องให้ กูเกิล เป็นสถานที่ทำงานยอดเยี่ยมที่สุดในอเมริกา]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google.gif' align='left'><b>นิตยสาร์ Fortune ยกย่องให้ กูเกิล เป็นบริษัทที่เหมาะสำหรับการร่วมงานมากที่สุดอีกครั้ง หลังจากที่เคยติดโผครั้งแรกไปแล้วเมื่อปี 2007 โดยกูเกิลสามารถเอาชนะบริษัทกว่า 99 แห่งที่อยู่ในรายชื่อและย้ายขึ้นมาจากการรั้งอันดับสี่ในผลสำรวจเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว</b><br><br>ทั้งนี้ ในปี 2011 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่น่ามหัศจรรย์สำหรับกูเกิล ทั้งในแง่ของรายได้, ผลกำไร, ราคาหุ้น, รายได้จากการคลิก และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดเห็นได้ชัดจากสภาพแวดล้อมที่มาจากผลตอบแทนที่ไม่สิ้นสุด ในสำนักงานใหญ่ที่เมาท์เทนวิวที่มีทั้งลานโบว์ลิ่ง ลานกีฬา และคาเฟ่ 25 แห่ง และแน่นอนว่าทุกอย่างใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ตามรายงานจาก Mercury News ยังเสริมทับอีกด้วยว่า บางครั้งความสำเร็จของการทำงานของกูเกิลมีความเกี่ยวข้องกับรื่องของคุณภาพอากาศ ซึ่งผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลระบุว่า เขามีความรู้สึกไวต่อสารพิษ ดังนั้นพวกเขาจึงได้ทำการสร้างภูมิอากาศให้มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงพยาบาลมากกว่าการสร้างตึกสำนักงานแบบดั้งเดิม แต่อย่างไรก็ดี น่าแปลกใจว่า ทั้งเฟซบุ๊ค และแอปเปิ้ลต่างก็ไม่ติดโผ 1 ใน 100 ของการจัดอันดับดังกล่าว <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/230112i.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 23 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ZTE เผยไมโครซอฟท์เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์วินโดว์ โฟน 23-30 เหรียญสหรัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/windows_phone7.jpg' align='left'><b>เมื่อวานนี้ ZTE ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากจีนได้ทำการเปิดตัวโทรศัพท์วินโดว์ โฟน เครื่องแรกที่งานแถลงข่าวในเมืองลอนดอนที่มีชื่อว่า ZTE Tania สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอทัชสกรีนขนาด 4.3 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง  1GHz Qualcomm MSM8255 มีหน่วยความจำแรม 512 เมกะไบต์ และหน่วยความจำภายใน 4 กิกะไบต์ รองรับการเชื่อมต่อทั้ง HSPA with up to 14.4Mbps download speed, 802.11b/g/n Wi-Fi, Bluetooth 2.1 และ A-GPS</b><br><br>โดยสิ่งที่น่าสนใจของงานแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวโทรศัพท์มือถือ แต่อยู่ที่ Santiago Sierra ผู้จัดการบริษัท ZTE สาขาอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทได้ทำการจ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับการใช้งานวินโดว์ โฟน ให้แก่ไมโครซอฟท์เป็นเงิน 23-30 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ราคาขายของมือถือเครื่องนี้สูงกว่าแอนดรอยด์โฟน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สาธารณชนได้ทราบถึงค่าใช้จ่ายที่เปิดเผยจากปากคำของผู้ผลิต สวนทางกับกูเกิลที่ได้นำเสนอแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จากการรายงานข่าวต่างๆ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็คือผู้ผลิตส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์จากบุคคลที่สามอย่างไมโครซอฟท์ และมากกว่า 70% ของแอนดรอยด์โฟนที่ขายในสหรัฐฯ มักจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ไมโครซอฟท์ และเผชิญกับความกดดันต่อความน่าสนใจ ซึ่งทำให้กูเกิลต้องเตรียมสิทธิบัตรกว่า 24,000 ฉบับ จากแผนการเข้าซื้อโมโตโรล่า โมบิลิตี้ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/200112h.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ผู้สร้าง Angry Birds ลั่น ยังไม่ถึงเวลาเข้าตลาดหุ้น]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Angry_Birds_logo.jpg' align='left'><b>ผู้บริหารจากบริษัทผู้ผลิตเกมชื่อดัง Angry Birds ลั่นยังไม่ตกลงปลงใจเข้าตลาดหุ้น (IPO) ในปีนี้ แต่มีการตั้งเป้าหมายไว้บ้างแล้ว ซึ่งไม่แน่อาจจะเป็นนิวยอร์กหรือฮ่องกง เนื่องจากมีความน่าสนใจ  </b><br><br>สำหรับ Angry Birds นั้น คือเกมดังที่มีรูปแบบให้ผู้เล่นใช้หนังสติ๊กในการโจมตีหมูแต่ละด่าน เพื่อทำการขโมยไข่ ที่ซึ่งมีผู้ดาวน์โหลดมากกว่า 600 ล้านครั้ง นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปี 2009 จนส่งผลให้บริษัทเล็กๆ อย่าง Rovio ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งองค์กรที่มีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ &quot;เราไม่ได้เร่งรีบ ปีนี้เป็นปีที่เร็วเกินไปสำหรับการเข้าตลาดหุ้น และถือว่ามากเกินไปสำหรับการเปิดรับหลายอย่าง อีกทั้งเรายังคงอยู่ในวงจรชีวิตขั้นต้นของเกม Angry Birds&quot; Peter Vesterbacka  หัวหน้าฝ่ายการตลาดให้สัมภาษณ์แก่แหล่งข่าว ก่อนจะทิ้งท้ายว่า &quot;ฮ่องกงถือเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนว่า ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับวิธีการพัฒนาของตลาดด้วย นอกจากนี้บริษัทยังหวังที่จะนำเกม Angry Birds ภาคใหม่ออกมาสู่สายตาแฟนๆ ในปีนี้ และจะขยายการเข้าถึงให้กว้างขึ้นกว่าเดิมด้วย&quot; <br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/200112g.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิดเว็บ MegaUpload พร้อมจับกุมผู้บริหาร ฐานละเมิดลิขสิทธิ์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/megaupload.jpg' align='left'><b>รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าสั่งเก็บหนึ่งในเว็บไซต์ไฟล์แชร์ริ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง MegaUpload ฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ พร้อมกับขอความร่วมมือจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ในการบุกเข้าจับกุมตัวสี่ผู้บริหาร MegaUpload รวมถึง Kim Dotcom ผู้ก่อตั้งด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เหลือนำกำลังไล่ล่าผู้ประกอบการอีกสามเว็บไซต์ </b><br><br>โดยในแฟ้มรายงานระบุว่า Dotcom และผู้ร่วมขบวนการ ต้องทำการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางอาญาที่มีมูลค่าถึง 175 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และค่าเสียหายทางด้านลิขสิทธิ์ของเจ้าของอีกมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่ง Dotcom อ้างว่า กิจการของเขาไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นกังวล เนื่องจากปฏิบัติตามกฏ ทั้งนี้ แต่ถ้าหาก Dotcom และพรรคพวกรวมถึงบริษัท MegaUpload และ Vestor (ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Dotcom) ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับโทษจำคุกมากถึง 50 ปีขึ้นไป <br>
<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/200112i.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[โกดัก ยื่นเอกสารคุ้มครองบทที่ 11 หวังหนีตายการสถานการณ์ล้มละลาย]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/kodak.gif' align='left'><b>เมื่อวานนี้ Eastman Kodak บริษัทผู้คิดค้นกล้องพกพาสัญชาติอเมริกาที่มีอายุเก่าแก่มากถึง 133 ปี ได้ยื่นเอกสารคุ้มครองการล้มละลายบทที่ 11 ต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้มาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปี สูญเสียกำไรมหาศาล และการตอบสนองที่ล่าช้าในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้บริษัทจะยังคงเดินหน้าในธุรกิจหมึกพิมพ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้องได้ดีอยู่ก็ตาม</b><br><br>โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าว ตามมาหลังจากที่บริษัทได้มีการปรับแผนโครงสร้างในระยะยาวจากประธานบริหารและซีอีโอ Antonio Perez ผู้ซึ่งนำทางให้บริษัทย้ายจากตลาดในรูปแบบเดิมสู่ธุรกิจเครื่องพิมพ์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา โกดักได้ทำการปิดโรงงานสาขาไปแล้ว 13 แห่ง เลิกจ้างงานสูงสุด 145,000 คนในยุค 80 และปัจจุบันมีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตกต่ำจากรายได้ 31 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อ 15 ปีก่อน &quot;คณะกรรมการของบริษัทและผู้บริหารระดับสูง มีมติเอกฉันท์เชื่อว่า สิ่งนี้เป็นขั้นตอนที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่เหมาะสมเพื่ออนาคตของโกดัก&quot; Perez เปิดใจ &quot;นอกจากนี้เป้าหมายของเรายังคือการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงพนักงาน ผู้ที่เกษียณ เจ้าหนี้ และกองทุนบำนาญ รวมถึงยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานกับลูกค้าของเราด้วย&quot; &quot;การคุ้มครองบทที่ 11 จะช่วยให้เรามีโอกาสที่ดีงามในการเพิ่มมูลค่าในสองส่วนที่สำคัญของการลงทุนด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรการการจับภาพดิจิตอล ที่ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับการใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการมือถือและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ ซึ่งมันทำให้เราได้รับค่าลิขสิทธิ์มากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2003 ส่วนธุรกิจการพิมพ์ก็จะช่วยให้โกดักได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจดิจิตอล&quot; เขากล่าวทิ้งท้าย ปัจจุบันนี้ โกดักมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีหนี้อยู่ที่ 6.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเทขายทรัพย์สินที่มีความสำคัญระหว่างการล้มละลายตามเอกสารจากศาลที่เขียนขึ้นโดย Antoinette McCorvey ส่วนทรัพย์สินที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ อย่างหนี้หรือหน่วยงานการผลิตไม่ได้ถูกรวมอยู่ในการฟ้องและยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/200112b.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ล เปิดตัว 'iBooks 2' เพื่อตอบรับค.ต้องการของผู้ใช้ด้านการศึกษา ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/textbook.jpg' align='left'><b>หวนกลับคืนสู่แวดวงการศึกษาอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานสำหรับแอปเปิ้ล ด้วยการเปิดตัว 'iBooks 2' ตำราเรียนดิจิตอล กลางเวทีงานมีเดียที่พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ที่ตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์คซิตี้ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค หลังจากที่เคยมีรายงานเปิดเผยว่า มี iPad ถึง 1.5 ล้านเครื่องถูกใช้งานในด้านการศึกษา ขณะที่ Phil Schiller ผู้บริหารจากแอปเปิ้ลเปิดเผยว่า iBooks 2 จะเป็นการบูรณาการตำราเรียนในรูปแบบใหม่ </b><br><br>และด้วยคุณสมบัติของ iBooks 2 นั้น จะทำให้นักเรียนสามารถโต้ตอบกับตำราเรียนในวิธีการใหม่ทั้งหมด ผ่านท่าทาง อย่างการรูดหรือ pinch-to-zoom ที่จะช่วยเสริมการจำลองแบบสามมิติ และวีดีโอคลิปที่อยู่ภายในบทเรียนของหนังสือ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถที่จะเรียกดูเนื้อหาทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง รวมถึงไฮไลท์ตัวหนังสือสำหรับจดบันทึกหรือทำการ์ดแฟลชเสมือน และเนื้อหายังมีความทันสมัยกว่าหนังสือในรูปแบบเดิมอีกด้วย นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังได้คลอดแอพพลิเคชั่นฟรีสำหรับ Mac OS X ที่เรียกว่า iBooks Author ที่จะช่วยให้เหล่านักพัฒนาสามารถสร้างตำราเรียนสำหรับ iBooks 2 ได้ ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับเทมเพลตที่ช่วยให้สร้างหนังสือได้เช่นเดียวกับความสามารถในการแดรกส์และดร็อปรูปภาพ วีดีโอ หรือแม้แต่ไฟล์เอกสาร รวมถึงยังเป็นครั้งแรกที่แอปเปิ้ลได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ Houghton Mifflin Harcourt ที่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบตำราเรียนในสหรัฐฯ เกือบ 90% และตั้งราคาขายหนังสือดิจิตอลไว้เพียง 14.99 เหรียญสหรัฐฯ ( ราว 450 บาท) หรือน้อยกว่าเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่ามีราคาถูกกว่าบรรดาเหล่าหนังสือที่วางขายบนแผงร้านค้าทั่วไป ทั้งยัง สามารถดาวน์โหลดซ้ำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับ iBooks 2 นั้น สามารถเริ่มต้นใช้งานบน iPad ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง App Store  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นชุดแรกของตำราเรียนออนไลน์ที่เน้นในเรืองของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/200112s.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[บ.ในอังกฤษ ฉลองแฟนเพจครบ 1 ล้านคน ด้วยการสร้างช็อคโกแลตยักษ์รูป &quot;Like&quot;]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/thumb.jpg' align='left'><b>บริษัทผลิตภัณฑ์ช็อคโกแลตในอังกฤษ Cadbury Dairy Milk ไอเดียเด็ด เฉลิมฉลองแฟนเฟจกดไลค์ครบ 1 ล้านคนในเฟซบุ๊ค ด้วยการสร้างประติมากรรมช็อคโกแลตรูปชูนิ้วโป้ง หรือสัญลักษณ์การกดไลค์ &quot;Like&quot; ในเฟซบุ๊คขนาดยักษ์ที่มีน้ำหนักมากถึง 6600 ปอนด์ เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ </b><br><br>โดยช็อคโกแลตยักษ์ดังกล่าวใช้เวลาในการก่อสร้างสองวัน และได้ให้เกียรติเฟซบุ๊คแฟนที่มีชื่อ Denise เป็นผู้วางช็อคโกแลตชิ้นสุดท้าย ก่อนที่จะนำช็อคโกแลตรูปมือขนาดยักษ์บริจาคให้บริษัทที่ไม่เปิดเผยชื่อ ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยด้านพลังงานทดแทน<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/190112s.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Zynga ฟุ้งทุ่มเงินซื้อบริษัทเกม 4 แห่งรวด]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Zynga_logo.jpg' align='left'><b>บริษัท Zynga เผยซื้อกิจการบริษัทผู้พัฒนาเกมมือถือ 4 แห่งรวดเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การก้าวขึ้นในตำแหน่งผู้พัฒนาเกมบนเฟซบุ๊คอันดับหนึ่ง พร้อมแง้มอาจจะขยายไลน์ไปสู่ตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตด้วย </b><br><br>David Ko ผู้บริหารจากค่าย Zynga เปิดเผยแก่แหล่งข่าวเมื่อวานนี้ว่า เขาได้ทำการเข้าซื้อบริษัทเกมจากเยอรมันที่มีชื่อว่า Gamedoctors เมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งตั้งอยู่ที่บีเลเฟล์ใกล้กับฮันโนเวอร์ และเป็นผู้สร้างเกม  ZombieSmash ด้วย นอกจากนี้บริษัทยังได้ทำการซื้อ Page44 Studios ที่ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งเป็นสตูดิโอที่สร้างเกม World of Goo  บนแพลตฟอร์มไอโอเอสของแอปเปิ้ล รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ HipLogic ซึ่งเป็นบริษัทเกมอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนสิงหาคม และ Astro Ape Studios ที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ค เมื่อเดือนสิงหา สำหรับการพัฒนาเกมใหม่ด้วย ทั้งนี้ หุ้นของบริษัทตกลง 6% หลังการแปรสภาพเป็นสาธารณะเมื่อเดือนธันวาคม ส่งผลให้ปิดอยู่ที่ 8.65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น<br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/190112g.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[จีน โต้ สหรัฐฯ หลังบรรจุเว็บ Taobao ขึ้นแท่นตลาดละเมิดลิขสิทธิ์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/china.jpg' align='left'><b>โฆษกจากกระทรวงพาณิชย์ของจีน ออกโรงแสดงถึงความเป็นกังวลและต่อต้านต่อการที่สหรัฐอเมริกาบรรจุเว็บไซต์ Taobao ซึ่งเป็นเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของจีน ขึ้นแท่นเป็นตลาดที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ลงในบันทึก United States Trade Representative (USTR) เมื่อเดือนที่ผ่านมา </b><br><br>เมื่อกล่าวถึงธุรกิจจีน เราสังเกตได้ว่ารายงานบันทึกตลาดมืดของสหรัฐอเมริกามักจะใช้คำว่า &quot;กล่าวหา&quot; และ &quot;ตามรายงานจากข้อมูลอุตสาหกรรม&quot; Shen Danyang ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวระหว่างการแถลงข่าว &quot;ซึ่งคำพูดที่คลุมเครือและไม่มีหลักฐาน รวมถึงรายละเอียด ถือเป็นการขาดความรับผิดชอบเป็นอย่างมากและไม่ยุติธรรม เราจึงอยากเรียกร้องให้สหรัฐฯ คำนึงถึงความพยายามของจีนในการปกป้องและดำเนินขั้นตอนการควบคุม เพื่อให้มีความยุติธรรมมากขึ้น&quot; Shen กล่าวปิดท้าย ขณะที่ด้านตัวแทนจาก USTR กล่าวว่า &quot;หน่วยงานได้ยืนอยู่บนการตัดสินใจของ Taobao ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมมาได้จากบริษัทและบุคคลที่น่าสนใจเมื่อปีที่แล้ว และเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเห็นตามปกติในสังคมอินเทอร์เน็ตและตลาดกายภาพที่มีการปลอมแปลงสินค้า&quot; ทั้งนี้ ประเทศจีนได้มีความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงมีความยุ่งเหยิง เนื่องจากการบังคับใช้กฏหมายที่มีความอ่อนแอ และไม่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ผู้ค้าของเถื่อนยังได้คิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการคัดลอกและขายสินค้าปลอมแปลงและเลียนแบบตลอดเวลา <br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/190112b.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[นีสเส็นชี้ iPhone 4S ช่วยให้แอปเปิ้ลมียอดขายสูสี Android]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/iPhone4.jpg' align='left'><b>บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง 'นีลเส็น' รายงานตัวเลขล่าสุดของยอดขายสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกา พร้อมชี้ให้เห็นว่า iPhone 4S ใหม่ของแอปเปิ้ล มีส่วนช่วยผลักดันให้ยอดขายทำคะแนนได้สูสีกับอุปกรณ์ที่ใช้ซอฟท์แวร์แอนดรอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา มีนักช้อปในสหรัฐฯ ถึง 45% เลือกเป็นเจ้าของ iPhone ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาที่มีอยู่เพียง 25% เท่านั้น ขณะเดียวกันสัดส่วนของผู้ที่เป็นอดีตสาวกแอนดรอยด์ก็ลดลงจาก 62% เหลือเพียง 47% </b><br><br>ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขยอดขายของแอปเปิ้ลสมาร์ทโฟนพลาดท่านั้น มาจากการที่ผู้คนส่วนใหญ่รอคอยการมาของ iPhone 4S ที่ซึ่งกินระยะเวลาเกือบหนึ่งปีครึ่งหลังจากที่ iPhone 4 เปิดตัว ขณะที่ซัมซุงยังคงมียอดขายที่ทรงตัวจาก Galaxy S II และนอกเหนือจากการมาของ iPhone 4S แล้วแอปเปิ้ลยังได้ทำการเปิดตัว iPhone 4  รุ่นความจุ 8 กิกะไบต์ในราคา 100 เหรียญสหรัญฯ และหั่นราคา 3GS เหลือเพียง 0 เหรียญสหรัฐฯ พร้อมการทำสัญญา ซึ่งปัจจัยนี้เองที่ทำให้ตัวเลขขยับขึ้น ขณะที่ ฟากแบล็คเบอร์รี่ก็ยังคงสามารถกอดอันดับสามไว้ได้อย่างเหนียวแน่นในช่วงไตรมาสที่สี่เมื่อปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี มันก็มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง ซึ่งตามการประเมินจากนีลเส็น ระบุว่า แบล็คเบอร์รี่จะพลาดท่าจากตัวเลข 7.7% เหลือเพียง 4.5% สำหรับยอดขายสมาร์ทโฟนใหม่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และในแง่ของภาพรวมตลาดเมื่อไตรมาสที่สี่ ปีที่แล้ว แอนดรอยด์ยังคงถือครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 46.3% ไล่ตามมาด้วยไอโอเอสจากแอปเปิ้ลที่กินส่วนแบ่ง 30% ส่วนอันดับสามเป็นของแบล็คเบอร์รี่ที่ 14.9% วินโดว์ โมบายล์ 4.6% เว็บโอเอสและซิมเบี้ยนอย่างละ 1.4% ปิดท้ายด้วยวินโดว์ โฟน 7 ที่ 1.3% <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/190112h.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Jerry Yang ยื่นใบลาออกจากทุกตำแหน่งในยาฮูแล้ว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/yahoo.gif' align='left'><b>Jerry Yang หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ และอดีตซีอีโอบริษัทยาฮู อีกหนึ่งขุนพลผู้บุกเบิกวงการสื่อออนไลน์ตั้งแต่ยุค 90 ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการจากการนั่งบริหารทุกตำแหน่งในยาฮูเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ 
&quot;ขณะที่ผมกำลังจะออกจากบริษัทที่ร่วมก่อตั้งมาเกือบ 17 ปี ผมได้มุ่งมั่นที่จะแต่งตั้ง Scott Thompson ให้เข้ามากุมบังเหียนบริหารงาน และด้วยความสามารถบวกกับการเข้ามาเป็นผู้นำทีม ผมเชื่อว่ายาฮูจะต้องมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นและประสบความสำเร็จได้ในอนาคตข้างหน้า&quot; Yang เผยความในใจผ่านจดหมายที่ยื่นให้แก่ Roy Bostock ประธานคณะกรรมการบริหาร </b><br><br>&quot;นอกจากนี้ เวลาของผมที่ยาฮู นับตั้งแต่วันก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ล้วนล้อมรอบด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ และถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าต่อชีวิต แต่อย่างไรก็ดี วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องออกไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจนอกรั้วยาฮู&quot; เขาทิ้งท้าย ส่วน Scott Thompson หางเสือคนใหม่ อดีตประธานบริหารเพลย์พาลที่ซึ่งถูกว่าจ้างให้เข้ามารับช่วงต่อเมื่อปลายปีที่แล้ว เปิดใจว่า &quot;ผมรู้สึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น และการสนับสนุนจาก Jerry ระหว่างการเข้ามาที่นี่วันแรก ซึ่ง Jerry มีความเชื่อมั่นต่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่ของยาฮู และผมก็จะแชร์ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่นั้นแก่ยาฮูในวันข้างหน้านี้&quot; ทั้งนี้ ยาฮูได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกาศลาออกของ Jerry Yang<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/190112i.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ซัมซุง เล็งรวมแพลตฟอร์มมือถือ Bada และ Tizen เข้าด้วยกัน]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/samsung-bada-logo.jpg' align='left'><b>ซัมซุง อิเล็คทรอนิคส์ มีแผนที่จะควบรวมระบบปฏิบัติการมือถือของตนเอง Bada เข้ากับแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สอย่าง Tizen เพื่อให้กลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดของโลกและมีทางเลือก นอกเหนือกจากการใช้กูเกิลแอนดรอยด์ </b><br><br>โดยตัวแทนจากซัมซุงเปิดเผยว่า บริษัทกำลังทำงานเพื่อการผสานแพลตฟอร์ม Bada และ Tizen เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการบริโภค และเพิ่มอุตสาหกรรมให้กว้างขวางขึ้น พร้อมยืนยันความคิดเห็นของรองประธานอาวุโส Kang Tae-jin ที่ให้สัมภาษณ์กับแมกาซีนเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย ขณะที่ด้าน Francisco Jeronimo นักวิเคราะห์จากไอดีซี แสดงความเห็นว่า &quot;ด้วยความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งของซัมซุง ผมคิดว่าโอเอสต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้ผลิตมือถือแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ก็กำลังมองหาทางเลือกนอกเหนือการพึ่งพาอาศัยกูเกิล&quot; อย่างไรก็ดี กูเกิลแอนดรอยด์มีสัดส่วนในตลาดสูงถึง 53% เมื่อไตรมาสที่สาม ขณะที่ซัมซุงแพลตฟอร์มบาดามีส่วนแบ่งอยู่เพียงแค่ 2.2 เท่านั้น แต่ก็ยังคงเหนือกว่าไมโครซอฟท์ วินโดว์ โฟน ที่ซึ่งมีโนเกียเป็นพาร์ทเนอร์อยู่เพียงรายเดียว<br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/180112g.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 18 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เอชพี แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ หวังยกเครื่องบริษัท]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/hp.gif' align='left'><b>เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บริษัทฮิวเล็ต แพคการ์ด มีคำสั่งแต่งตั้ง Bill Veghte นั่งตำแหน่งหน้าหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์คนใหม่แทนที่ Shane Robison ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อสองเดือนก่อนเป็นที่เรียบร้อย เพื่อหวังยกเครื่องบริษัทให้ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของตลาด หลังจากที่ต้องเผชิญความผิดพลาดมาเมื่อปีที่ผ่านมาตลอดทั้งปี </b><br><br>โดยอดีตของ Veghte นั้นได้เข้าร่วมงานกับเอชพีมาตั้งแต่ปี 2010 ในบทบาทของรองประธานบริหารบริษัทฝ่ายซอฟท์แวร์เอชพี หลังจากที่อุทิศเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาในการทำงานให้กับไมโครซอฟท์ <br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/180112h.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 18 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลือ ริม เตรียมเทขายกิจการให้ซัมซุง]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/RIM_BBM_logo.jpg' align='left'><b>มีรายงานว่า บริษัทรีเสิร์จ อินโมชั่น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบล็คเบอร์รี่ กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการออกใบอนุญาตซอฟท์แวร์ให้แก่บริษัทจากเกาหลีใต้ และไต้หวันอย่าง ซัมซุง และเอชทีซี ซึ่งก็แน่นอนว่า ทั้งสองบริษัทไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข่าวลือที่เกิดขึ้น นอกจากนี้แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยังอ้างอีกด้วยว่า ในอนาคต ริมมีแนวโน้มที่จะเทขายกิจการแบบเต็มรูปแบบ หรือแม้กระทั่งบางส่วน และซัมซุงก็น่าจะอยู่ในข่ายผู้ซื้อ</b><br><br>แต่ทั้งนี้ มันก็ยังไม่ชัดเจนว่า ถ้าบริษัทอิเล็คทรอนิคส์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้มีความสนใจในข้อตกลง และเข้าถือครองกิจการได้จริง ผู้ใช้แบล็คเบอร์รี่ที่มีราว 75 ล้านคนทั่วโลก จะโดดเข้าร่วมในวิธีทางของซัมซุม และแซงหน้าบริษัทโนเกียขึ้นเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของโลกหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี ตามรายงานยังระบุอีกด้วยว่า ริมยังคงเดินหน้าพบปะกับผู้ที่มีความสนใจในการเข้าซื้อกิจการ แต่ทุกคนต่างชะงักเมื่อทราบราคาขายที่สูงถึง 12-15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีรายงานว่าบริษัทจากแคนาดาได้ปฏิเสธการทาบทามเข้าซื้อกิจการของ Amazon.com และผู้ซื้อที่มีศักยภาพรายอื่นๆ รวมถึงไมโครซอฟท์และโนเกีย เนื่องจากต้องการที่จะแก้ปัญหาภายในเสียก่อน สำหรับมูลค่าตลาดของริม ปัจจุบันลดลงจากเดิมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราว 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนที่จะตามมาด้วยความผิดหวังในการดำเนินงานแต่ละไตรมาส, การเปิดตัวโทรศัพท์ที่ล่าช้า, ยอดขายแบล็คเบอร์รี่ เพลย์บุ๊คที่ย่ำแย่ และความผิดพลาดครั้งใหญ่อันเนื่องมาจากการสะดุดของการให้บริการ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/180112b.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 18 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Wikipedia ร่วมวงสนับสนุนการคัดค้านร่างกม. SOPA ด้วยการปิดเว็บฯ 24 ชม.]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/wikipedia.jpg' align='left'><b>Wikipedia เว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์ของโลกได้กลายมาเป็นสมาชิกเว็บไซต์รายล่าสุดที่ได้ออกมาประกาศถึงความตั้งใจในการเข้าร่วมการคัดค้านร่างกฏหมาย Stop Online Piracy Act หรือพระราชบัญญัติการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ ตามหลัง Reddit ที่ออกมาประกาศการคัดค้านเพียงไม่กี่วัน</b><br><br>โดยการตัดสินใจดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผู้เยี่ยมชมราว 100 ล้านคนในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเว็บไซต์เป็นเวลา 24 ชั่วโมงทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 5 นาฬิกาของวันพุธที่ 18 มกราคมนี้ ขณะที่ด้านผู้ก่อตั้งวิกิพีเดีย Jimmy Wales ได้ใช้ทวิตเตอร์ประกาศถึงความร่วมมือการร่วมมือที่จะเกิดขึ้นและถึงแม้ว่าจะมันถูกใช้เป็นกระดานป่าวประกาศทางอินเทอร์เน็ต แต่ทวิตเตอร์เองก็ไมได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการคัดค้าน ซึ่ง Dick Costolo ซีอีโอทวิตเตอร์ระบุหลังจากการออกมาประกาศปิดตัวเองเพื่อประท้วงของวิกิพีเดียเมื่อวานนี้ว่า &quot;การปิดธุรกิจระดับโลกเพื่อโต้ตอบปัญหาการเมืองระดับชาติเพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องที่งี่เง่า&quot; ขณะที่ด้านบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับการออกร่างกฏหมายใหม่อย่าง กูเกิล, เฟซบุ๊ค, ไมโครซอฟท์ และอะโดบี้ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด และอาจจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ถึงแม้พวกเขาจะทำการแสดงลิงค์เชื่อมโยงบนหน้าแรกของเว็บไซต์ เสมือนเป็นสัญลักษณ์การสนับสนุนก็ตาม <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/180112i.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 18 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Arfa Karim หญิงเจ้าของตำแหน่งใบรับรอง MCP ที่มีอายุน้อยที่สุด ลาโลกแล้ว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/arfa.jpg' align='left'><b>Arfa Karim คือชื่อของเด็กสาวที่ได้รับใบรองรับการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโปรแกรมไมโครซอฟท์ (Microsoft Certified Professional) ที่มีอายุน้อยที่สุดของโลก โดยเธอได้เสียชีวิตที่บ้านพักในประเทศปากีสถานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาวะโรคแทรกซ้อนจากอาการชักและหัวใจหยุดเต้น ก่อนที่จะมีอายุครบ 17 ปีในเดือนหน้า </b><br><br>ทั้งนี้ Karim เป็นเด็กผู้หญิงอายุน้อยที่สุดที่ได้รับใบรับรอง MCP จากไมโครซอฟท์เมื่อปี 2004 ด้วยวัยเพียง 9 ปีในขณะนั้น และเป็นคนที่สองของโลก ตามหลังเด็กชาย Mridul Seth วัย 8 ปีจากอินเดีย ซึ่งเธอเคยกล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นกับเทคโนโลยี หลังจากที่พ่อของเธอซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการรับส่งอีเมลล์ และในวัย 10 ขวบ Karim ได้พบกับประธานบริหารไมโครซอฟท์ บิล เกตต์ เป็นการส่วนตัว เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์เพื่อเข้าชมดิสนีย์แลนด์ หลังจากนั้นผ่านมาจนถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Karim ได้เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ก่อนจะตามมาด้วยการโจมตีจากลมชักจนต้องเข้าทำการรักษา ซึ่งแพทย์ที่ดูแลเธอรายงานว่า เธอมีกล้ามเนื้อหัวใจที่อ่อนแรง เนื่องจากความบกพร่อง ซึ่งเมื่อ บิล เกตต์ ทราบเรื่อง เขาก็ได้เข้ามามีบทบาทในความพยายามช่วยเหลือ ด้วยการมอบหมายให้แพทย์ส่วนตัวเฝ้าดูอาการของเธอผ่านจอมอนิเตอร์ รวมถึงเปรยให้มีการส่งตัวมารักษาที่อเมริกา พร้อมกับออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่อย่างไรก็ดี แพทย์ที่ทำการรักษาไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้าย เนื่องจากเธอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จนในที่สุดก็เสียชีวิตลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และนอกเหนือจากการถูกบันทึกสถิติว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโปรแกรมไมโครซอฟท์แล้ว Karim ยังเคยมีส่วนร่วมงานและกิจกรรมต่างๆในปีที่ผ่านมา รวมถึงการขึ้นพูดบนเวทีที่งาน Tech-Ed Developers Conference ที่จัดขึ้นที่เมืองบาร์เซโลน่าเมื่อปี 2006 และการร่วมทำงานกับโครงการนาซ่า<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/180112s.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 18 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ซัมซุงส่งท้ายงานซีอีเอส 2012 งัดไม้เด็ดโชว์ 'เทคโนโลยีหน้าจอโปร่งแสง']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Samsung_transparent_smart_window.jpg' align='left'><b>ซัมซุงโชว์ออฟเทคโนโลยีใหม่ส่งท้ายงานคอนซูเมอร์ อิเล็คทรอนิคส์ โชว์ ประจำปี 2012 ที่จัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอโปร่งแสงหรือที่มีชื่อว่า 'Samsung Smart Window' นวัตกรรมใหม่ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดที่งานซีอีเอสในปีนี้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้งานแทนที่บานหน้าต่างจริงภายในบ้านพักอาศัย ที่ไม่เพียงแต่จะสามารถมองทะลุโปร่งใสได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่มันยังสามารถวางทับเครื่องมือวิดเจ็ตควบคุมได้เช่นเดียวกับเบราเซอร์และมีเดีย </b><br><br>นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้ทำการสาธิตให้เห็นถึงการทำงานของชุดโปรแกรมบนอุปกรณ์ตัวต้นแบบ อาทิเช่น การทำนายสภาพอากาศ, ข้อมูลเที่ยวบิน, ฟีดข่าวจากทวิตเตอร์, เรียกดูตำราอาหาร และควบคุมปริมาณแสงที่ลอดเข้ามา แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าตัว 'Samsung Smart Window' ในเวลานี้ จะยังคงมีสถานะเป็นเพียงอุปกรณ์แนวคิด แต่ก็มีแนวโน้มว่า ซัมซุงจะเริ่มเดินสายการผลิตหน้าจอดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ ส่วนเรื่องของราคาและข้อมูลอื่นๆ ยังคงไม่มีการกล่าวถึง แต่ซัมซุงเปิดเผยว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะมีการปรับลดขนาดลงเพื่อใช้ในงานทางการทหาร<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/170112h.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 17 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เว็บไซต์ Zappos ถูกแฮ็ค, ซีอีโอเผยมีลูกค้า 24 ล้านชื่อบัญชีได้รับผลกระทบ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/hack_hacker.jpg' align='left'><b>เว็บไซต์ร้านค้าปลีกออนไลน์ Zappos เร่งออกโรงแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังบริษัทต้องเผชิญหน้ากับความเดือดร้อนจากการละเมิดทางด้านความปลอดภัย จนส่งผลให้ชื่อบัญชีของลูกค้า รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ, ที่อยู่การจัดส่งและใบเรียกเก็บเงิน, หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่อีเมลล์ กว่า 24 ล้านชื่อได้รับผลกระทบ</b><br><br>โดย Tony Hsieh ซีอีโอเว็บไซต์ค้าปลีกรองเท้าออนไลน์ชื่อดังได้ระบุว่า ผู้โจมตีได้ทำการเข้าถึงส่วนหนึ่งของเครือข่ายและระบบภายในของบริษัทผ่านทางเซิฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในมลรัฐเคนตักกี้ แต่บรรดาหมายเลขสี่หลักสุดท้ายบนบัตรเครดิตที่แสดงในการทำธุรกรรมไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา รวมถึงไม่มีข้อมูลการชำระเงินอื่นๆ รั่วไหล เนื่องจากมีการแยกฐานข้อมูลที่ซึ่งทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงได้ แต่อย่างไรก็ดี รหัสผ่านของบรรดาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ทางร้านค้าออนไลน์ออกมายอมรับว่ามีการโจมตีจริงแต่มันไม่สามารถที่จะเจาะเข้าไปในระบบได้ และเพื่อความไม่ประมาท บริษัทจึงตัดสินใจที่รีเซ็ตรหัสผ่านของลูกค้าทั้งหมด รวมถึงยังได้แจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านในเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีการใช้เหมือนหรือคล้ายคลึงกันอีกด้วย ส่วนเว็บไซต์ Amazon.com ที่มีสถานะเป็นบริษัทแม่ของ Zappos นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากการบุกรุกในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ดีทั้งสองเว็บไซต์ได้มีการปิดกั้นการเข้าระหว่างประเทศเป็นการชั่วคราวร่วมกับการบังคับใช้กฏหมายเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/170112g.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 17 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[อดีตผู้บริหารไฟร์ฟอกซ์ มีแผนเข้าร่วมงาน 'แอนดรอยด์แอปฯ' ให้กับเฟซบุ๊ค]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Mozilla_VP_Mike_Shaver.jpg' align='left'><b>Mike Shaver ได้เคยประกาศไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า เขาจะย้ายไปอยู่ที่เฟซบุ๊คหลังการลาออกจากฐานะรองประธานฝ่ายกลยุทธ์ทางด้านเทคนิคของไฟร์ฟอกซ์ และมาในตอนนี้เรารู้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เขาจะทำต่อไป นั่นคือ การดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมสำหรับการพัฒนาแอนดรอยด์แอปฯให้กับเฟซบุ๊คนั่นเอง</b><br><br>โดย Shaver ได้ทวิตข้อความบนทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า &quot;สัปดาห์นี้ ผมจะเริ่มต้นเป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมให้กับทีมแอนดรอยด์ของเฟซบุ๊ค มาทำในสิ่งที่มหัศจรรย์ ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่เคยเห็น หรือคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้&quot; โดยข่าวนี้จับความสนใจของคนในแวดวงไอที ซึ่ง Mike Belshe เป็นคนแรกที่แสดงความยินดีกับเรื่องนี้ และมีข้อเสนอแนะให้เฟซบุ๊คควรใช้ SPDY หรือเทคโนโลยีเร่งเวบที่เขาได้พัฒนาไว้ตอนอยู่ที่กูเกิล (ซึ่ง SPDY ตอนนี้ได้ฝังอยู่ภายในของไฟร์ฟอกซ์) โดย Shaver ตอบกลับ &quot;ผมร่างไว้ว่า เราจะสร้างมันฟรีจาก WebView ของแอนดรอยด์ และไลบารี่ HTTP :-P&quot; แต่ทั้งนี้มีความจริงอยู่ที่ว่า บราวน์เซอร์ของแอนดรอยด์ยังไม่สนับสนุน SPDY โดยงานใหม่นี้ หมายความถึง Shaver มีการเปลี่ยนแปลงจากตลาดที่ฮอทที่สุดตลาดหนึ่ง ไปยังอีกตลาดหนึ่งที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดทางด้านแอปฯบนสมาร์ทโฟนและมือถือในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เป็นที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/170112i.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 17 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ลยิ้มร่า กระโดดขึ้น 9 อันดับมาอยู่ที่ 8 ของแบรนด์ดังระดับโลก]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/interbrand-2011.jpg' align='left'><b>แอปเปิ้ลได้ถูกจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 8 ของแบรนด์ดังคุณภาพระดับโลกประจำปี 2011 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 33.49พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสามารถเอาชนะ Disney, Mercedes-Benz และ Budweiser ได้สำเร็จ</b><br><br>โดยการจัดอันดับประจำปี 2011 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Best Global Brands 2011 (เปิดเผยข้อมูลโดยบลูมเบิร์กเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา) พบว่า แอปเปิ้ลสามารถเลื่อนตำแหน่งตัวเองและเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ขึ้นมา 58 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ทำให้สามารถผ่านขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 8 จากที่เคยอยู่ที่ลำดับที่ 17 เมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับแอปเปิ้ลทีเดียว ในการเจริญเติบโตทางด้านมูลค่าแบรนด์ที่ถือได้ว่ามากที่สุดในบรรดาแบรนด์อื่นๆอีกกว่า 100 แบรนด์ รองลงมาคือ อะเมซอน ที่โตขึ้นมา 32 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011 ทำให้มีมูลค่าอยู่ที่ 12.76พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และตามมาอยู่ในตำแหน่งที่ 26 ของตาราง โดยแชมป์อันดับที่หนึ่งแบรนด์ดังระดับโลกที่มีมูลค่ามากที่สุดตกเป็นของ โคคา-โคล่า ที่มีมูลค่าแบรนด์ประมาณ 71.86พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยโตขึ้นมา 2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และเป็นอีกหนึ่งปีที่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น รองลงมาคือ ไอบีเอ็ม ที่มีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 69.91พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยโตขึ้นมา 8 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011 ด้านคู่แข่งคนสำคัญของแอปเปิ้ลอย่าง ไมโครซอฟท์ ตามมาอยู่ในลำดับที่สาม ด้วยมูลค่า 59.1พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม กลับพบว่า มีการเติบโตลดลงจากปีก่อนประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็มี กูเกิล, GE, แม็คโดนัลด์ และอินเทล ที่มีคะแนนนำหน้าแอปเปิ้ลตามลำดับ ในขณะที่มี ดิสนีย์ และเอชพี ตามมาปิดท้ายในท็อปเท็น โดยแอปเปิ้ลเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับแบรนด์ดังระดับโลกได้เมื่อปี 2009 เมื่อมีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 15.4พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้นก็เห็นได้ชัดว่ามีพัฒนาการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถเอาชนะมาอยู่ในตำแหน่งที่ 8 ได้สำเร็จ<br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/170112b.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 17 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลือหึ่ง แท๊บเล็ต Windows 8 อาจมีราคาเริ่มต้นที่ 600เหรียญสหรัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/msi_tablet_windows.jpg' align='left'><b>เรายังคงมีช่วงเวลาที่เหลืออยู่จนกว่าระบบปฏิบัติการ Windows 8 จะออกมา ซึ่งเชื่อว่าราวช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ (อ้างอิงตามข่าวลือล่าสุด) แต่ข้อมูลเกี่ยวกับราคาที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้สำหรับแท๊บเล็ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจากชิปอินเทล ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการล่าสุดจากไมโครซอฟท์นี้ มีการเปิดเผยออกมา เชื่อกันว่าจะมีช่วงราคาอยู่ระหว่าง 599 ไปจนถึง 899เหรียญสหรัฐฯ</b><br><br>โดยตามรายงานยังได้กล่าว ตั้งแต่ไมโครซอฟท์มีความพยายามในการที่จะผสานตลาดแท๊บเล็ตและแล็ปท็อปเข้าไว้ด้วยกันกับระบบปฏิบัติการ Windows 8 โดยพื้นฐานแล้ว จะต้องมีการใช้ระบบปฏิบัติการแบบเต็มรูปแบบทั้งสองอุปกรณ์ และมีราคาที่ต่ำกว่า จึงจะสามารถต่อกรด้านราคากับตลาดพีซีแบบดั้งเดิม แต่น่าเสียดายสำหรับอินเทล ที่ Windows 8 คาดว่าจะสนับสนุนสถาปัตยกรรม ARM นั่นหมายถึง ผู้ขายมีแนวโน้มที่จะเลือกชิปที่มีราคาไม่แพงจาก Nvidia, Qualcomm และ TI ซึ่งส่งผลให้แท๊บเล็ตมีความสามารถไม่เพียงพอที่จะรันซอฟท์แวร์ Windows x86 ซึ่งถ้าข่าวลือดังกล่าวเป็นความจริง อินเทลจะอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อพิจารณาดู จะไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าใดๆในตลาดแท๊บเล็ตได้เลย และผู้บริโภคก็แสดงท่าทีไม่สนใจในแท๊บเล็ตราคา 500เหรียญสหรัฐฯ อันอื่นนอกเหนือจากไอแพดจากแอปเปิ้ล ซึ่งราคาที่สูงลิ่วนี้ ยิ่งจะทำให้ Windows 8 ออกจากตลาดแท๊บเล็ตเร็วขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีกด้วย โดยช่วงราคา 599 - 899เหรียญสหรัฐฯนี้ ทำให้สร้างความรู้สึกว่ามีราคาเท่ากับแล็ปท็อปที่รันด้วย Windows 8 ซึ่งผู้บริโภคก็ต้องคิดหนัก หากมีทางเลือกที่ดีอยู่แล้วอย่างแท๊บเล็ตแอนดรอยด์ที่มีราคาเบาๆเริ่มต้นเพียงแค่ 200เหรียญสหรัฐฯเท่านั้นเอง<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/170112s.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 17 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[คณะกรรมการ การค้าสหรัฐฯ ชี้ โมโตโรล่าไม่ได้ทำการละเมิดสิทธิบัตรแอปเปิ้ล]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/motolora.gif' align='left'><b>บริษัทโมโตโรล่า โมบิลิตี้ ไม่ได้ทำการฝ่าฝืนสิทธิบัตรทางด้านเทคโนโลยีของแอปเปิ้ลในการสร้างสมาร์ทโฟนรุ่น Droid, Cliq, BackFlip และสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ตามคำตัดสินของสำนักงานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ITC เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา </b><br><br>โดยย้อนกลับไป เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แอปเปิ้ลได้ยื่นเรื่องร้องเรียนกับคณะกรรมการการค้าฯ ในข้อกล่าวหาที่ว่าโมโตโรล่า โมบิลิตี้ได้ทำการละเมิดสิทธิบัตรจำนวนสามฉบับของแอปเปิ้ลในการผลิตสมาร์ทโฟนของตัวเอง ซึ่งสองในสามของสิทธิบัตรที่มีปัญหาดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการที่จะทำอย่างไรให้อุปกรณ์ยอมรับการป้อนข้อมูลด้วยตนเองเมื่อผู้ใช้พิมพ์หรือเขียนบนลงอุปกรณ์ ขณะที่เนื้อหาในอีกฉบับจะเกี่ยวกับวิธีที่ทำให้ผู้บริโภคติดตั้งแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องทำการรีบูท ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ITC ถือเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในการระงับข้อพิพาททางด้านสิทธิบัตร เนื่องจากสามารถสั่งระงับการจำหน่ายอุปกรณ์ที่มีการฝ่าฝืนได้<br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/160112g.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 16 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ล สั่งเลื่อนขาย iPhone 4S ในจีนแผ่นดินใหญ่ เหตุหวั่นความไม่ปลอดภัย]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/iphone4s.jpg' align='left'><b>แอปเปิ้ลสั่งเลื่อนวันวางจำหน่าย iPhone 4S ผ่านทางร้านค้าปลีกแอปเปิ้ลสโตร์ที่ซึ่งตั้งอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังมีฝูงชนจำนวนมหาศาลแห่รวมตัวกันต่อคิวกันเป็นเวลาข้ามคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุความไม่ปลอดภัยได้ </b><br><br>โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการชุมนุมเป็นจำนวนมาก เกิดขึ้นจากการที่บริษัทไชน่า ยูนิคอม ได้ออกมาประกาศว่า บริษัทจะมอบโทรศัพท์ iPhone 4S ให้ใช้ฟรี แต่ต้องมีการทำสัญญาการใช้งานเป็นเวลาสองปี สำหรับรุ่น 16 กิกะไบต์ หรือถ้าเต็มใจจะใช้งานเป็นเวลาสามปี ก็รับโทรศัพท์รุ่น 32 กิกะไบต์ได้ฟรีเช่นเดียวกัน แต่ในที่สุด บรรดาผู้คนที่นอนเฝ้ารอข้ามคืน ท่ามกลางอากาศหนาวหน้าร้านค้าแอปเปิ้ลในเมืองปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากเข้าคิวอยู่ ก็ต้องพบกับความผิดหวังกลับบ้านไป เมื่อพนักงานของแอปเปิ้ลได้ออกมาประกาศในเวลาราว 7 โมงเช้าว่า แอปเปิ้ลสโตร์จะยังไม่เปิดทำการขาย iPhone 4S เนื่องจากเป็นกังวลในเรื่องของความปลอดภัย พร้อมกับปิดประกาศว่า &quot;out of stock&quot; และหลังสิ้นเสียงประกาศได้ไม่นาน เหล่าสาวกบางรายก็เกิดอาการไม่พอใจ พร้อมกับโจมตีร้านค้าด้วยการขว้างไข่ ขณะที่สาวกคนอื่นๆ ตะโกนด่าทอพนักงาน จนที่ในสุดตำรวจก็เข้ามาระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้าน Carolyn Wu ตัวแทนจากแอปเปิ้ลอธิบายว่า &quot;เราไม่สามารถเปิดสโตร์ของเราที่ซานหลี่ถุน (Sanlitun ) ได้ เนื่องจากฝูงชนจำนวนมหาศาล และเพื่อให้แน่ใจต่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานของเรา iPhone จึงยังไม่สามารถทำการเปิดขายที่ร้านค้าในเมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ได้&quot; นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า จำนวนผู้คนมหาศาลที่มารอเข้าคิว มีบ้างที่เป็นแรงงานข้ามชาติที่ถูกว่าจ้างโดยพ่อค้าหัวใสเพื่อเข้ามาซื้อไอโฟน และนำไปขายต่อ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดวงจรเหล่านี้มาจากเงื่อนไขที่แอปเปิ้ลกำหนดไว้ว่า จำกัดการซื้อโทรศัพท์เพียง  2 เครื่องต่อลูกค้าหนึ่งรายเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ร้านค้าสโตร์ที่ตั้งอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่จะยังไม่มีการวางจำหน่ายโทรศัพท์ แต่ลูกค้าชาวจีนที่ต้องการจะเป็นเจ้าของยังสามารถซื้อ iPhone 4S ผ่านทางเว็บไซต์, ไชน่า ยูนิคอม และตัวแทนจำหน่ายได้<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/160112b.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 16 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไอบีเอ็มเผย จะมีการพัฒนาตัวต้นแบบแบตฯ 'ลิเทียมแอร์' ในปี 2013 และผลิตออกมาในปี 2020]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/battery500_concept.jpg' align='left'><b>นักวิจัยกำลังทำงานกันอย่างหนักเกี่ยวกับโครงการ 'แบตเตอรี่ลิเทียมแอร์' ที่คาดจะสร้างยานพาหนะไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้เสมือนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ในปัจจุบัน</b><br><br>โดยวิวัฒนาการของยานพาหนะไฟฟ้าที่สร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน พวกเขายังคงหาหนทางในการที่จะทำให้ยานพาหนะไฟฟ้ามีความสามารถเพียงพอและราคาถูกพอที่จะเป็นรถครอบครัว ซึ่งล่าสุดมีข่าวดี เมื่อไอบีเอ็มได้มีการทำงานเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่สามารถให้พลังงานสำหรับยานพาหนะได้ไกลถึง 500 ไมล์ โดยนักวิจัยจากไอบีเอ็มได้ใช้ห้องปฏิบัติการถึง 4 ห้องในการทดสอบแบตเตอรี่ลิเทียมแอร์ ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า 'Battery500 Project' ซึ่งแบตเตอรี่ลิเทียมแอร์จะมีการแลกเปลี่ยนออกไซต์โลหะหนัก สำหรับลดปริมาณก๊าซคาร์บอน แต่ในทางกลับกัน จะมีการนำไปทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจน เพื่อสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีสีเขียวที่โลกรอคอย เนื่องจากจะให้ความหนาแน่นของพลังงานตามทฤษฎีได้มากกว่า 1,000 เท่าของแบตเตอรี่ไอออนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งพบได้ในรถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยการสร้างให้แบตเตอรี่ลิเทียมแอร์มีความเสถียรมากขึ้น นักวิจัยได้มีการร่วมมือกับ Blue Gene supercomputer ในเมืองซูริช เพื่อทำการวิเคราะห์การเกิดปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีเพื่อหาอิเล็กโทรไลต์ทางเลือกที่จะไม่ลดลงในขณะที่ชาร์จแบตเตอรี่ โดยไอบีเอ็มเชื่อ ตัวต้นแบบของแบตเตอรี่ลิเทียมแอร์จะสามารถพัฒนาเสร็จในปี 2013 และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจะออกมาภายในปี 2020<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/160112h.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 16 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลุ้น! เจ้าของ 'โมโตโรล่าซูม' บางราย อาจโชคดีได้ชิม 'ไอศครีมแซนวิช']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/motorola-xoom2.jpg' align='left'><b>เจ้าของแท๊บเล็ตจากโมโตโรล่า Xoom อาจได้ฤกษ์ชิม 'ไอศครีมแซนวิช' หากคุณเป็นหนึ่งในผู้โชคดี</b><br><br>โดยตัวแทนจากโมโตโรล่าได้ออกมายืนยันคอนเฟิร์มกับทาง CNET เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนว่า ทางต้นสังกัดจะปล่อยการอัพเดต ไอศครีมแซนวิช หรือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในเวอร์ชั่นที่ 4 ให้กับผู้ใช้แท๊บเล็ต Xoom ในกลุ่มเล็กๆ ซึ่งทางทีมงานสัญญาว่าจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการอัพเกรดพร้อมออกสู่สาธารณะ โดยในจดหมายที่ส่งถึงผู้ใช้ Xoom บางรายเมื่อวันก่อน เปิดเผยข้อความว่า &quot;ขอบคุณสำหรับความอดทนของคุณในการรอคอยโปรเจ็กนี้ตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากทางเรามีการทำสัญญากับ Google Experience Device (GED) เรามีช่วงเวลาในการทำงานน้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เรามีความสุขที่จะประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่า เราจะเริ่มต้นการปรับปรุงตั้งแต่เย็นนี้ และอาจจะล่าช้าอีกซักสองสามวัน เนื่องจากเราต้องมีช่วงเวลาในการทดสอบ ที่เราคาดว่าจะใช้ช่วงเวลาทำงานในสุดสัปดาห์นี้&quot; โดยในตอนนี้ มีผู้ใช้ Xoom Wi-Fi ไม่กี่พันคนเท่านั้น ที่ได้รับการปรับปรุงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ แต่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ทีมงานคาดหวังไว้ จะมีการปรับใช้ ไอศครีมแซนวิช ให้กับผู้ใช้ทุกคนหลังจากนี้ทันที <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/160112s.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 16 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ผู้บริหารยูทูป เจรจาต่อสัญญาใหม่กับค่ายเพลง]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/YouTube-music-page.jpg' align='left'><b>ยูทูป กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาพูดคุยกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่างน้อย 3 ใน 4 บริษัท เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตให้บริการเพลง</b><br><br>โดยแหล่งข่าววงใน ระบุ ยูทูป กำลังดำเนินการต่อสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อันได้แก่ Universal Music Group, Sony Music Entertainment และ EMI โดย ยูทูป หลังจากที่โดนซื้อกิจการมาโดยกูเกิลเมื่อปี 2006 ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเพลงยอดนิยมมากที่สุดบนเวบ ซึ่งผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถดูมิวสิควีดีโอออนไลน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยูทูปยังได้รับใบอนุญาตให้ผู้สร้างวีดีโอ สามารถใส่เพลงลงบนคลิปของพวกเขาได้ ซึ่งตามการเจรจาล่าสุด ดูเหมือนจะราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยมีหนึ่งในนั้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสัญญาเรื่องนี้ไว้แล้ว ซึ่งยูทูปเองก็ตกลงและเห็นด้วยกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น โดยตัวแทนจากหนึ่งในสามบริษัท กล่าว ได้รับคำมั่นสัญญาจากยูทูปที่รัดกุมว่า จะมีมาตรการเด็ดขาดในการกำจัดผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ออกไป แต่ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า ตัวแทนจากค่ายเพลงทั้งหมด ได้มีการต่อรองความปลอดภัยจากยูทูปหรือไม่ โดยยังไม่มีความคิดเห็นใดๆแสดงออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยความสัมพันธ์ระหว่างกูเกิลกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามาก อย่างไรก็ตาม กูเกิลสามารถเอาชนะการเจรจาต่อรองที่ตึงเครียดมาได้ และสามารถเปิดให้บริการ Google Music ร้านค้าเพลงออนไลน์ได้ โดยได้รับความร่วมมือจากค่ายเพลงใหญ่ๆมากที่สุด<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/160112i.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 16 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ตะลึง! บ. Broad Group จากจีน เตรียมทุบสถิติสร้างตึก 30 ชั้นเสร็จใน 15 วัน]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/china.jpg' align='left'><b>หลังจากสร้างความตื่นตะลึงปนทึ่งให้กับชาวโลก ด้วยการสร้างสถิติก่อสร้างตึกสูง 15 ชั้นแล้วเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ได้สำเร็จ แต่ทว่า มันก็ยังคงไม่สะใจมนุษย์เดินดินอย่างเราๆ เท่าใดนัก ล่าสุด บริษัทก่อสร้างจีน Broad Group ได้ตัดสินใจที่จะทำลายสถิติของตัวเองที่จารึกไว้ ด้วยการสร้างตึกสูง 30 ชั้นให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน </b><br><br>โดยตามรายงานจากแหล่งข่าวระบุว่า การก่อสร้างตึกดังกล่าวเป็นโรงแรมใกล้กับทะเลสาบ Dongting ในมณฑลหูหนาน มีการใช้แรงงานกว่า 200 ชีวิต และมีกำหนดเปิดใช้งานในวันที่ 18 มกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งกระบวนการก่อสร้างที่รวบรัดนั้นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารไว้ล่วงหน้าในโรงงานก่อนที่จะมีการส่งส่วนต่างๆ มายังไซต์งานก่อนจะทำการสร้างจริง ซึ่งก็แน่นอนว่าปัญหาที่หลายคนเป็นกังวลกับโรงแรมที่ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 360 ชั่วโมง ก็คือเรื่องของแผ่นดินไหว แต่อย่างไรก็ดีมีรายงานว่ามันได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถรองรับการสั่นสะเทือนได้ถึง 9.0 ริกเตอร์ ซึ่ง Zhang Yue บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังของโครงการนี้บอกเล่าว่า การสร้างอาคารดังกล่าวมีมาตราฐานด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุด นอกจากนี้เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การก่อสร้างอย่างรวดเร็วจะช่วยลดเวลาและพลังงาน รวมถึงมีแผนที่จะทำการสร้างตึกแบบนี้อีกทั่วประเทศ &quot;ในปี 2013 เราจะทำการสร้างอาคาร 20 หลังภายในหนึ่งเดือน และในปี 2014 เราจะสร้างอาคารมากกว่า 50 หลังภายในหนึ่งเดือน&quot; Yue  ทิ้งท้าย <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/130112g.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[คลอดแล้ว! เพลย์บุ๊คโอเอสเวอร์ชั่น 2.0 เพียบพร้อมด้วยฟีเจอร์อีเมลล์,รายชื่อ และปฏิทิน]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/blackberry_playbook.jpg' align='left'><b>หลังจากที่ต้องทนต่อสู้กับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีมาเกือบปี ในที่สุดค่ายสมาร์ทโฟนจากแคนาดา 'รีเสิร์จ อิน โมชั่น' ก็ได้ฤกษ์คลอดซอฟท์แวร์อัพเดทสำหรับแท็บเล็ต ' แบล็คเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค' ออกมาตามที่เคยมีการคาดการณ์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ริมได้ทำการเพิ่มความสามารถในเรื่องของอีเมลล์ รายชื่อ และปฏิทิน นอกจากนี้ยังได้เพิ่มคุณสมบัติในเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาอีกด้วย </b><br><br>โดยในส่วนของแอพพลิเคชั่นอีเมลล์ ผู้ใช้จะได้สัมผัสถึงคุณสมบัติตัวเลือกรูปแบบข้อความ เพิ่มตัวหนา หรือตัวเอียง สร้างจุดหน้าข้อความ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร ใส่สี หรือปรับขนาด ขณะที่แอพพลิเคชั่นปฏิทินจะมาในรูปแบบมาตรฐานสวยงาม พร้อมกับคุณสมบัติการซิงค์ข้อมูลจาก Google, AOL, Yahoo, Hotmail และ Microsoft Exchange ส่วนในหน้าโฮมสกรีน เพลย์บุ๊คโอเอสเวอร์ชั่น 2.0 จะอนุญาตให้ผู้ใช้ทำการรวมกลุ่มแอพพลิเคชั่นลงในโฟลเดอร์หรือที่ที่มีการเรียกใช้งานบ่อยๆ บนหน้าจอ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเรียกใช้งานโหมด  &quot;reading view&quot;  บนเบราเซอร์ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นฟีเจอร์เดียวกันกับที่มีอยู่บนเบราเซอร์ Safari รวมไปถึงการปรับปรุงเวอร์ชั่นของ BlackBerry Bridge ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ บนเพลย์บุ๊คผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ แต่อย่างไรก็ดี คุณสมบัติใหม่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ริมระบุว่าจะเริ่มปล่อยให้ทำการอัพเดทได้ในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่งกินระยะเวลาถึง 10 เดือนหลังจากที่แท็บเล็ตเพลย์บุ๊ควางจำหน่ายครั้งแรก ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายก็ให้ความเห็นว่ามันช้าเกินควร แถมอาจจะไม่เร่งยอดขายให้แก่เพลย์บุ๊ค หรือช่วยกู้คืนชื่อเสียงให้แก่บริษัทมากเท่าใดนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของแท็บเล็ตเครื่องนี้อยู่ไม่น้อย <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/130112s.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Target ยืนยัน จะเปิดพื้นที่ภายในส่วนหนึ่งให้กับแอปเปิ้ล ใน 25 สาขา ปีนี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/target_ipad_zone.jpg' align='left'><b>Target ได้ออกมายืนยันถึงแผนการเปิดโซนพิเศษสำหรับแอปเปิ้ลในร้านค้ากว่า 25 แห่งเมื่อวานนี้ </b><br><br>โดยรายงานพิเศษจาก AppleInsider เมื่อสัปดาห์ก่อน เผย Target จะมีการเปิดโซนใหม่ในร้านค้า Target กว่า 25 สาขาในปีนี้ ซึ่งตัวแทนจากร้านค้าปลีกดังกล่าว ได้ออกมายืนยันถึงรายละเอียดในเรื่องนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีคอนเซ้ปท์ &quot;The Shops at Target&quot; ซึ่งจะเป็นการจัดพื้นที่ให้เป็นเสมือน แอปเปิ้ลมินิสโตว์ ภายในร้านค้าของ Target กว่า 25 แห่ง พร้อมกันนี้ ยังมีการแย้มๆ ได้มีการพูดคุยกับคู่ค้ารายอื่นๆอย่าง Polka Dog Bakery ของบอสตัน และ The Webster ของไมอามี่ ให้มีการจัดโซนพิเศษแบบนี้ด้วยเช่นกัน โดย Target ได้สนับสนุนการจำหน่ายสินค้าของแอปเปิ้ลมานานกว่าปีแล้ว ทั้ง ไอแพด, ไอโฟน และสายการผลิตไอพอด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการให้จำหน่ายสินค้าในตระกูล Mac โดยการเปิดโซนพิเศษในครั้งนี้ จะเป็นการปูช่องทางให้สำหรับสินค้าแอปเปิ้ลในตระกูลอื่นๆ อย่าง Macs หรือ AirPort wireless routers อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการบ่งชี้ว่า แอปเปิ้ลสโตว์ใน Target จะมีการนำเสนอสินค้าตัวไหน และครอบคลุมอย่างเช่น เบสท์ บาย ที่นำเสนอในตอนนี้หรือไม่<br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/130112b.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ข่าวดี ไอโฟน, ไอแพดรุ่นหน้า จะมีกราฟิกเร็วกว่าเดิม 20 เท่า]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/ipad2.jpg' align='left'><b>มีรายงานใหม่เผย เจ้าของไอโฟนและไอแพดที่กำลังจะมาในอนาคต จะสามารถเพลิดเพลินกับประสิทธิภาพกราฟิกที่เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าจากที่เคยนำเสนอในรุ่นปัจจุบัน</b><br><br>โดยการก้าวกระโดดในประสิทธิภาพพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้ มาพร้อมชิปประมวลผลกราฟิกใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Imagination Technologies ของสหราชอาณาจักร ที่ป้อนการผลิตจีพียูให้กับผลิตภัณฑ์โทรฯมือถือของแอปเปิ้ล โดยมีการประกาศกันที่งาน CES เมื่อวันก่อน ซึ่งจีพียู PowerVR Series6 ใหม่นี้ จะให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าหรือมากกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน เป็นผลให้สามารถนำเสนอประสบการณ์การการใช้งานที่น่าตื่นตาตื่นใจจากนวัตกรรมยูเซอร์อินเตอร์เฟซแบบ 'ธรรมชาติ' เพื่อให้การเล่นเกมสมจริงมากยิ่งขึ้น โดยแอปเปิ้ลเป็นหนึ่งในบรรดาคู่ค้าที่จะได้รับประสบการณ์การทำงานที่มีประสิทธิภาพนี้ โดย Imagination ได้มีการพัฒนาจีพียูไว้ภายในหน่วยประมวลผลกลาง สำหรับอุปกรณ์ของแอปเปิ้ล ไอแพด, ไอโฟน, ไอพอดทัช และแอปเปิ้ลทีวี ซึ่งซีพียูดังกล่าวจะรวมถึง A5 ที่พบใน ไอโฟน 4S และไอแพด 2 และ A4 ที่พบใน ไอโฟน 4 และไอแพดรุ่นแรก โดยการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกของไอแพด 2 พบว่า มีความเร็วที่มากกว่าไอแพดรุ่นแรกอยู่มาก ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมรวมถึงแอปฯอื่นๆที่มีกราฟิกหนักๆ สามารถแสดงผลได้เร็วและราบรื่นขึ้น ซึ่งการเป็นเจ้าของ Imagination Technologies ของแอปเปิ้ล ทำให้มั่นใจได้ว่า ชิป PowerVR Series6 ใหม่นี้ จะสามาถพบได้ในสายการผลิตของไอโฟนและไอแพด แต่ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเมื่อไร โดยชิป A6 รุ่นต่อไป มีรายงานว่า จะถูกนำไปใช้ในไอแพด 3 ซึ่งจะรวมจีพียูซีรี่ย์ 6 เข้าไปด้วย (ตามการคาดการณ์) โดย Hossein Yassaie ซีอีโอ Imagination ได้กล่าวถึงสายการผลิตชิปกราฟิกใหม่ว่า &quot;เรามีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีที่ชัดเจน และแผนการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผลิตภัณฑ์ในตระกูล PowerVR Series6 ที่จะส่งมอบให้กับคู่ค้าของเราจัดการต่อไป&quot; แต่ทั้งนี้หากมีการทบทวนถึงช่วงเวลาและความเป็นไปได้ ไอแพดรุ่นหน้าที่มีข่าวลือว่าจะออกมาในเดือนมีนาคมนี้เป็นจริง จะทำให้มีช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้นในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนี้ไปปรับใช้งาน<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/130112h.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์ยิ้มร่า ขึ้นนำยาฮู! ในตลาดเสิร์จเอนจิ้นสหรัฐฯ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/bing-logo.jpg' align='left'><b>Bing เวบเสิร์จเอนจิ้นในสังกัดของไมโครซอฟท์ มียอดผู้ใช้งานเกิน Yahoo เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา</b><br><br>โดยตามข้อมูลจาก ComScore แม้ว่าจะมีการผ่านชนะแค่เพียงช่วงแคบๆ แต่ Bing ก็สามารถจับกลุ่มผู้ใช้ได้ถึง 15.1 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้บริการเสิร์จทั้งหมดในสหรัฐฯ ในขณะที่ Yahoo มียอดผู้ใช้งานอยู่ที่ 14.5 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถขึ้นนำไปอยู่ที่สองตามหลังกูเกิลได้ ซึ่งก็ยังคงเป็นการต่อสู้ที่น่าลำบากอยู่มาก เนื่องจากกูเกิลมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 65.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกว่า 18.2พันล้านคนของผู้ใช้งานบริการเสิร์จเมื่อเดือนที่ผ่านมา พบว่าเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์จากเดือนพฤศจิกายน โดยแบ่งเป็น กูเกิล 12พันล้านคน ไมโครซอฟท์ 2.7พันล้านคน และยาฮู! 2.6พันล้านคน โดยส่วนแบ่งที่ลดลงของยาฮู! เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รายได้ลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดราคาหุ้นของบริษัทต่ำลง พร้อมการขับไล่ Carol Bartz ออกจากซีอีโอ และมีการว่าจ้าง Scott Thompson จาก PayPal ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ทางฝั่งไมโครซอฟท์ ก็ยังคงมีเส้นทางอีกยาวไกลไปสู่ถนนสำหรับการทำกำไรในธุรกิจเสิร์จ ซึ่งสูญเสียรายได้กว่า 5.5พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2009 แต่ยังโชคดีอยู่บ้างที่ยังมีธุรกิจ Windows Phone และ Xbox 360 เข้ามาช่วยกอบกู้บริษัทได้<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/130112i.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
</channel>
</rss>
